| |
 รูปแบบของการประกวดโคเนื้อ จะนำเสนอนี้เป็นรูปแบบการประกวดโคเนื้อตามระบบสากล ซึ่งประเทศ |
ที่มีการเลี้ยงโคเนื้อ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา หรือออสเตรเลีย ได้วางหลักการ และกฎเกณฑ์เอาไว้และใช้เป็นแนวทาง |
ในการประกวดโคเนื้อ ซึ่งกรมปศุสัตว์ร่วมกับสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย และสมาคมโคเนื้อต่างๆ ได้ทดลอง
|
จัดประกวดในรูปนี้แบบนี้หลายครั้งซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งจะได้กล่าวดังต่อไปนี้ |
| |
สนามประกวดโคเนื้อ |
| |
|
| |
สถานที่ใช้ประกวดโคเนื้อ หรือสนามประกวดโค นิยมจัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีขนาดความกว้าง |
ความยาวเหมาะสมกับจำนวนโคที่ส่งเข้าประกวด มีประตูเข้าและประตูออกแยกกันด้านข้างมีอัฒจรรย์สำหรับผู้สนใจ |
นั่งชมการประกวด ราวคอกสนามประกวดมีความสูงไม่ต่ำกว่า 120 เซนติเมตร พื้นสนามประกวดโคจะต้องเป็น |
พื้นที่เรียบ ไม่แข็ง หรืออ่อนเกินไป และต้องไม่เกิดฝุ่นละออง ขณะที่ทำการประกวดโค เพราจะรบกวนผู้ชม และโค |
ที่เข้าประกวด ไม่นิยมพื้นที่ทำด้วยดินลูกรัง หรือหินเพราะจะทำให้โคเจ็บเท้าหรือเกิดบาดแผล |
ขณะเดินในสนามประกวดโดย |
ทั่วไป จะนิยมพื้นที่ทำด้วยดิน |
อัดแน่น หรือพื้นทรายมีความ |
หนาประมาณ 10 เซนติเมตร |
(พื้นทราย ไม่ควรจะหนามาก |
เพราะจะทำให้ ผู้ตัดสินไม่ |
สามารถมองเห็นกีบเท้า และ |
ข้อเท้าได้ชัดเจนในขณะที่โค |
เดินในสนามประกวด) หลังคา |
สนามประกวดควรจะมีความสูง |
ประมาณ 3 เมตร และปกคลุม |
ด้วยวัสดุ พรางแสง (slant) |
เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศ |
ร้อน (ภาพที่ 63) |
|
|
| |
ภาพที่ 63 : แสดงสนามประกวดโค |
|
| |
การจัดรุ่นโคในการประกวด |
| |
| |
1. |
ประกวดในพันธุ์เดียวกันแต่แยกเพศ ไม่มีการประกวดระหว่างพันธุ์ |
| |
|
2. |
จัดรุ่นโคตามอายุ (ดูแผนภูมิที่ 1) ในแต่ละรุ่นจะมีอายุต่างกัน อยู่ในช่วง 2-4 เดือน ซึ่งมักจะมี |
| |
ีโคเข้าประกวดในแต่ละรุ่น 2-10 ตัว |
| |
|
3. |
โครุ่นเล็กซึ่งอายุ 1-2 เดือน จัดเป็นประเภทลูกโค (Calf) โครุ่นกลางซึ่งอายุเกิน 12 เดือน |
| |
แต่ไม่เกิน 24 เดือน จัดเป็นประเภทโคหนุ่ม หรือสาว (Junior) โครุ่นใหญ่ซึ่งมีอายุเกิน 24 |
| |
เดือน แต่ไม่เกิน 36 เดือน จัดเป็นประเภทโตเต็มวัย (Senior) |
|
| |
ขั้นตอนการประกวดและการจัดรางวัล มีรายละเอียดดังนี้ |
| |
| |
1. จะทำการประกวดทีละรุ่น โดยเริ่มจากรุ่นเลกสุดก่อนและไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนหมดทุกรุ่นในประเภท |
ลูกโค (Calf) หลังจากนั้น ก็นำเอาโคที่ชนะในแต่ละรุ่น (Class Winner) มาประกวดอีกครั้งหนึ่งได้โคชนะเลิศ |
และรองชนะเลิศประเภทลูกโค (Calf champion และ Reserve calf champion)
|
| |
| |
|
ในประเภทโคหนุ่มหรือสาวและโตเต็มวัยก็ทำการประกวดเพื่อให้ได้โคชนะเลิศ และรองชนะเลิศ |
| |
ในแต่ละประเภทโดยวิธีการทำนองเดียวกันกับประเภทลูกโค |
| |
|
|
เมื่อประกาศผลการประกวด ในแต่ละประเภทแล้วก็จะมีการมอบรางวัลให้แก่โคชนะเลิศและรอง |
| |
ชนะเลิศทันที รางวัลนี้อาจจะเป็นผ้าแพรเขียนข้อความว่าประกวดโคพันธุ์อะไร, งานอะไร, เมื่อ |
| |
ใด และชื่อรางวัลอะไร หรืออาจจะเป็นรางวัลในลักษณะอื่นที่ให้ความหมาย คล้ายคลึงกัน(ภาพ |
| |
ที่ 64) รายละเอียด การเรียกชื่อรางวัลต่างๆ ดูจาก แผนภูมิที่ 1 |
| |
|
| |
|
| |
|
| |
ภาพที่ 64 : แสดงการมอบรางวัลโคที่ชนะในแต่ละรุ่น (Class Winner) |
|
| |
| |
2. รอบรองสุดท้ายให้นำโคชนะเลิศในแต่ละประเภทมาประกวดกัน ได้โคที่จะชนะเลิศรวมทุกประเภท |
เรียกว่าโคยอดเยี่ยม (Grand Champion) (ภาพที่ 65) |
| |
| |
| |
|
| |
|
| |
ภาพที่ 65 : แสดงการมอบรางวัลโคที่ชนะ ประเภทโคยอดเยี่ยม (Grand Champion) |
|
| |
| |
3. รอบสุดท้ายให้นำโคชนะเลิศประเภทสองประเภทที่ไม่ได้เป็นโคยอดเยี่ยม และโครองชนะเลิศของ |
ประเภทที่ตัวชนะเลิศได้เป็นโคยอดเยี่ยมไปแล้วมาประกวดกันอีกครั้ง ผู้ชนะจะได้เป็นรองโคยอดเยี่ยม (Reserve |
| Grand Champion) |
| |
การมอบรางวัลในข้อ 2 และ 3 ทำนองเดียวกับในข้อ 1 โดยกระทำทันทีหลังจากทราบผลการตัดสิน
|
| |
แผนภูมิที่ 1 การจัดรุ่นและรางวัลในการประกวดโคเนื้อ
|
| |
|
| |
การตัดสิน การประกวดโคเนื้อ |
| |
กรรมการตัดสินการประกวด |
| |
| |
กรรมการผู้ตัดสินควรเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนในเรื่องการตัดสินโคเนื้อมาแล้วเป็นอย่างดีโดยปกติจะใช้กรรมการ
|
ในการตัดสินเพียงคนเดียว นอกจากจะเป็นการประกวดระดับชาติอาจจะใช้ระบบกรรมการ 3 คน โยในการตัดสินแต่ละ
|
รุ่นจะเลือกกรรมการ 2 คน โดยสุ่มมาเป็นผู้ตัดสินโคอิสระ ถ้าผลการตัดสินของกรรมการ 2 คน ดังกล่าวไม่ตรงกัน |
กรรมการที่เหลืออีกคนหนึ่งจะเป็นผู้ชี้ขาด เมื่อประกวดในรุ่นต่อไปก็ทำเช่นเดียวกันนี้ เพียงแต่สลับเปลี่ยนกรรมการ |
ไปเรื่อยๆ |
| |
| |
เมื่อผลการประกวดในแต่ละรุ่นออกมา กรรมการจะกล่าวชี้แจง ถึงเหตุผลว่าทำไมจึงตัดสินเรียงลำดับเช่นนั้น |
อธิบายข้อดีข้อเสียของแต่ละตัวเปรียบเทียบกัน ซึ่งเป็นการทำให้เจ้าของโคที่นำมาประกวด และผู้ชมได้มีการเรียนรู้ |
การคัดเลือกโคไปในตัว |
| |
วิธีการตัดสินการประกวด |
| |
| |
1. ข้อควรปฏิบัติของผู้ตัดสินการตัดสินในการประกวดโค
|
คือการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนว่าโคตัวนั้นๆ เหมือนหรือแตกต่างไปจากลักษณะของโคในอุดมคติหรือที่เรียกว่ามาตรฐาน |
ความเป็นเลิศ (Stand or Excellence) ของโคในรุ่นและพันธุ์ที่ประกวดนั้น เพื่อจัดเรียงลำดับตั้งแต่ตัวที่ดีที่สุด |
ลงมาตามลำดับ กล่าวโดยสรุป ผู้ตัดสินจะต้องปฏิบัติดังนั้น |
| |
| |
1.1 |
ศึกษาข้อมูล และรายละเอียดลักษณะโคในอุดมคติของพันธุ์ เพศ และรุ่นนั้นๆ ให้ถ่องแท้ |
| |
|
1.2 |
สังเกต, วิเคราะห์ ลักษณะของโคแต่ละตัวว่าเหมือนหรือต่างจากลักษณะในอุดมคติอย่างไรบ้าง |
| |
|
1.3 |
เปรียบเทียบโคแต่ละตัวในรุ่นนั้นว่าเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง |
| |
|
1.4 |
สรุปผลการตัดสินในรุ่นแล้ว ชี้แจงผ่านเครื่องกระจายเสียงให้ทราบถึงเหตุผลในการจัดอันดับ |
| |
การตัดสินดังที่ปรากฏ |
|
| |
| |
2. การชี้แจงของผู้ตัดสินมีหลักการดังนี้
|
| |
2.1 |
อธิบายสั้นๆ ตรงจุด หลีกเลี่ยงประโยคที่ไม่เสริมเหตุผลตัดสิน |
| |
|
2.2 |
ทำการอธิบายเปรียบเทียบเป็นคู่ๆ ตั้งแต่ดีที่สุดก่อนเรียงลงไปเรื่อยๆ ให้ชี้แจงเปรียบเทียบไม่ใช่ |
| |
อธิบายคุณสมบัติของโคแต่ละตัวอย่างเดียว |
| |
2.3 |
ชี้แจงเฉพาะความจริงที่ปรากฏอยู่ในรุ่นนั้นๆ เท่านั้นไม่ต้องนำไปเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นๆ |
| |
|
2.4 |
ชี้แจงข้อดีของตัวที่ได้อันดับท้ายๆ ด้วย เพราะผลการตัดสินนั้นเป็นเฉพาะรุ่นนั้นๆ เท่านั้น |
| |
ตัวท้ายสุดอาจจะดีกว่าตัวที่ได้อันดับแรกๆ ในรุ่นอื่นๆ ก็เป็นไปได้ |
|
| |
| |
ตัวอย่างคำชี้แจงของ ดร. บิล. วี เอเบิล (Bill v. Able) ผู้ตัดสินโคเนื้อระดับชาติของประเทศ
|
อเมริกา และได้เดินทางมาเป็นกรรมการตัดสินการประกวดในงานโคเนื้อแห่งชาติครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 2 - 4 |
ธันวาคม 2538 ณ มหาวิทยาลัยสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา และได้ตัดสินโคสาวพันธุ์อเมริกันบราห์มัน ซึ่งใน |
รุ่นนี้มีโคเข้าประกวด 4 ตัว ดังนี้ |
| |
ผมจัดอันดับให้ดังนี้ คือ เบอร์ 1-3-2-4
|
| |
| |
ผมให้เบอร์ 1 ได้ที่หนึ่ง และเหนือเบอร์ 3 เพราะเบอร์ 1 มีรูปร่างที่สมส่วนกว่า โครงสร้างหนาแน่นกว่า
|
(Tighter framed), ส่วนต่าง ๆ ดูกลมกลืนกันดีกว่า ซึ่งแสดงถึงการเป็นโคเนื้อที่ดีกว่า ส่วนบนลำตัวแข็งแรง |
และอยู่ในแนวระดับจนถึงส่วนท้ายของสะโพกมากกว่าเบอร์ 3 นอกจากนั้น เบอร์ 1 จะหนากว่ามีเนื้อมากกว่า |
ในขณะยืน ขาหน้าห่างกว่าเบอร์ 3 นอกจากนั้น เบอร์ 1 ยังมีท่าเดินที่คล่องตัวกว่า ตลอดจนมีลักษณะหน้าตา |
เป็นตัวเมียมากกว่า ผมยอมรับว่าเบอร์ 3 มีส่วนกลางของสะโพกที่หนากว่า และมีกระดูกที่แข็งแรงกว่าจริงแต่ผม |
ตำหนิที่เบอร์ 3 มีเนื้อน้อยกว่าในส่วนสันหลังและใกล้โคนหาง |
| |
| |
เมื่อเปรียบเทียบคู่กลางผมชอบเบอร์ 3 มากกว่าเบอร์ 2 เพราะเบอร์ 3 มีลักษณะที่น่าจะเจริญเติบโตดีกว่า
|
โครงสร้างใหญ่กว่า กล้ามเนื้อมากกว่า หลังหนากว่า ส่วนสะโพกหนาและลึกกว่าเบอร์ 2 นอกจากนั้นเบอร์ 3 ยังมี |
กระดูกที่แข็งแรงกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนข้อเท้า |
| |
| |
อย่างไรก็ตามเบอร์ 2 เหนือเบอร์ 4 เพราะเบอร์ 2 หลังตรงกว่าโครงสร้างรัดกุมกว่า และสัดส่วนสมดุลดีกว่า
|
ส่วนไหล่กลมดีกว่า ระดับหลังตรงไปถึงสะโพกมากกว่าเบอร์ 4 เบอร์ 2 เดินได้คล่องตัวกว่า ขาและเท้าอยู่ในลักษณะ |
ที่ดีกว่า อย่างไรก็ตามผมชมเชยเบอร์ 4 ว่าหนากว่า และเจ้าเนื้อกว่าและซี่โครงส่วนหน้าลึกกว่า แต่ผมจำเป็นต้องให้ |
เบอร์ 4 เป็นอันดับสุดท้าย เพราะเบอร์ 4 เป็นโคที่สั้น, อ้วนเตี้ย, มีข้อด้อยในส่วนบนของลำตัว สะโพกห้อยต่ำ และ |
ขาไม่ดี การเดินก็แย่กว่าตัวอื่นๆ |
| |
การบันทึกผลการประกวด |
| |
| |
โคที่ชนะการประกวด จะได้รับการจดบันทึกของสมาคมผู้เลี้ยงโคพันธุ์นั้นๆ ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมืออันหนึ่งใน
|
การพัฒนาพันธุ์โคโดยส่วนรวม สำหรับเจ้าของโคตัวนั้นก็จะต้องได้ประโยชน์ เพราะราคาค่าตัวโคสูงขึ้น และใช้้เป็น |
การโฆษณาฟาร์มของตน และทำคะแนนให้พ่อจนกระทั่งท่อเป็นรีเนาร์ ดังได้กล่าวแล้วในตอนต้น ซึ่งการจดทะเบียน |
รีเนาร์ก็เป็นหน้าที่ของสมาคมประจำพันธุ์นั้นๆ เช่นกัน นอกจากนั้นผู้จัดประกวดจะจัดทำฉากไว้สำหรับให้โคที่ชนะ |
การประกวดได้ถ่ายภาพอีกด้วย ซึ่งโคที่จะถ่ายภาพได้จะต้องเป็นโคที่ชนะการประกวดเท่านั้น |
| |