ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
ข่าวสาร กลับหน้าหลัก Photo Gallery การจดทะเบียนโค ตลาดขายโค ติดต่อสมาคม สมัครสมาชิกใหม่
 
  การคัดเลือกโค
 
 การคัดเลือกโค
 
    ขั้นตอนการคัดเลือกโคพันธุ์อเมริกันบราห์มัน (โดยดูจากลักษณะภายนอก)
 
     ขั้นตอนที่ 1.   
 
 

ผู้คัดเลือกยืนห่างจากตัวโคประมาณ 5-7 เมตร เพื่อดูลักษณะทั่วไปได้แก่ ขนาด น้ำหนัก รูปร่าง

ความยาว ความลึกของร่างกาย โครงสร้าง ความสมบูรณ์ และอื่นๆ
   
   

ภาพที่ 13 : ลักษณะโคพันธุ์อเมริกันบราห์มันเพศผู้

   
   

ภาพที่ 14 : ลักษณะโคพันธุ์อเมริกันบราห์มันเพศเมีย

   
     ขั้นตอนที่ 2. ยืนด้านหน้าโค   
 
 
    เมื่อยืนตรงหน้าโค สิ่งที่เราจะพบเห็นบนใบหน้าได้แก่ ใบหน้า จมูก ปาก ตา ขนตา หู หน้าผาก
 
เขา (ถ้ามี)
 
    ในโคเพศผู้ จะมีหน้าตาเป็นตัวผู้ ปากกว้าง กรามใหญ่กว่าเพศเมีย หน้าค่อนข้างสั้นกว่าเพศเมีย
 
ใบหน้าตรง ไม่บิดเบี้ยว ระยะระหว่างตากว้างพอสมควร หน้าผากกว้าง สันจมูกกว้าง หูไม่เล็กหรือใหญ่
 
จนเกินไป ฐานเขาอยู่ห่างกัน ปลายสีดำ จมูกสีดำ ตาดำสดใส ขนตาดำ (ดังภาพด้านล่าง)
   
   

ภาพที่ 15 : ลักษณะใบหน้าโคพันธุ์อเมริกันบราห์มันเพศผู้

 
 
    โคเพศเมียมีหน้าตาเป็นตัวเมีย ใบหน้ายาว แคบกว้างตัวผู้ หน้าผาก  ระยะห่างระหว่างตาแคบกว่า
 
เพศผู้ หูเล็กกว่าเพศผู้  เขาของเพศเมียควรเล็กกว่าเพศผู้  จมูกมีสีดำ ตาดำ สดใส ขนตาดำ (ดังภาพ
 
ด้านล่าง)
   
   

ภาพที่ 16 : ลักษณะใบหน้าโคพันธุ์อเมริกันบราห์มันเพศเมีย

   
 
    ในขณะที่ทำการสำรวจตรวจสอบ  ใบหน้าของโคเพศเมีย และเพศผู้  ว่ามีหน้าตาถูกต้องตามเพศ
 
และพันธุ์แล้ว สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะลืมไม่ได้ก็คือ ลักษณะความผิดปกติของใบหน้าหรืออวัยวะต่างๆ
 
ที่เป็นองค์ประกอบของใบหน้า เช่น ลักษณะใบหน้าที่บิดเบี้ยว (Wry face) (ภาพที่ 17) หรือลักษณะ
 
ผิดปกติของปาก  เช่น ลักษณะปากนกแก้ว (Parrot mouth)  คือปากบนยาวกว่าปากล่าง (Over or
 
undershot jaw)  (ภาพที่ 18)  หรือปากล่างยาวเท่ากับปากบน  หรือยาวกว่า มีลักษณะปากเหมือน
 
บลูด็อก  (ภาพที่ 19)  ดูความสดใสและอ่อนโยนของตา  บางครั้งอาจพบตาเป็นโรคตาฝ้าฟาง  หรือ
 
ตาบอด จมูกขาว ขนตาขาวเป็นลักษณะที่ไม่ต้องการ
   
   

ภาพที่ 17 : ลักษณะใบหน้าบิดเบี้ยว (Wry face)

   
 
ภาพที่ 18 : ลักษณะปากนกแก้ว (Parrot Mouth)
 

ภาพที่ 19 : ลักษณะขากรรไกรผิดปกติ

   
ปากล่างยื่นออกมาเท่าหรือมากกว่าปากบน
   
 
 
    ลักษณะของสีก็พร้อมที่จะดูได้ในขั้น
 
ตอนนี้ สีโคพันธุ์อเมริกันบราห์มันจะต้องมี
 
สีเทา  หรือสีแดงส่วนโคที่มีสีขาวมากเกิน
 
ไป สีขาวเผือก หรือสีลายเสือ    ไม่เป็นที่
 
ต้องการ  สีควรจะเป็นสีเทา  เพราะเหตุว่า
 
เป็นสีขาวมากเกินไป หรือขาวเผือก จะไม่
 
ค่อยมีเม็ดสีที่ผิวหนัง  จะทำให้การป้องกัน
 
รังสีอุลตร้าไวโอเล็ต จากแสงอาทิตย์ไม่ดี
 
เท่าที่ควร  สำหรับในเพศผู้ สีมีควรสำคัญ
 
เพราะสีของร่างกายพ่อพันธุ์มีความสัมพันธ์
 
กับความกำหนัด  (Libido)  การที่สีตรง
 
บริเวณหัวไหล่  ตะโหนก  และลำคอ มีสี
 
เทาเข้ม  จนถึงสีดำกว่าส่วนอื่น ๆ ของ
 
ร่างกาย  ก็เนื่องมาจากการกระตุ้นฮอร์โมน
 
เพศผู้ (Hormone testosterone) ถ้า
 
มีมาก  ก็จะทำให้สีเพิ่มขึ้น ทำให้มีคอใหญ่
 
หนา แสดงความเป็นเพศผู้  (ดังภาพด้าน
 
ล่าง)
   
   
   
 
ภาพที่ 20 : โคเพศผู้ บริเวณหัวไหล
 
ตะโหนก และลำตัวสีดำ ไล่ลงมาถึงขาุ์
 
หน้า   แสดงว่า มีฮอร์โมนเพศผู้มาก มี
 
ความกำหนัดสูง   เหมาะสำหรับใช้เป็น
  พ่อพันธุ์
   
 
    ขณะที่โคยืนหันหน้าเข้าหาตัว (ภาพที่ 21, 22, 23 และ 24 ด้านล่าง) ตรวจสอบดูว่า ขาหน้ายืน
 
ได้มั่นคงดีหรือไม่   ช่วงไหล่ดี   ส่วนบนกว้าง   มีตะโหนกขนาดพอเหมาะกับเพศ และอายุ   เสือร้องไห้
 
(Brisket) ไม่อูมนูน ส่วนอกกว้าง ลึก สำรวจดูว่ากีบผิดปกติหรือไม่ ลักษณะขาที่ไม่ดีคือ เมื่อยืนแล้วโก่ง
 
ออกจากกัน  หรือโค้งเข้า  สอบเข้าหากัน  ขณะที่อายุน้อยน้ำหนักตัวไม่มาก ก็ไม่มีปัญหา ถ้าอายุมากขึ้น
 
น้ำหนักตัวมากขึ้น น้ำหนักตัวจะลงที่ข้อและกีบมากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น 4-5 ปี จะมีปัญหามาก จนกระทั่ง
 
ไม่สามารถผสมพันธุ์ต่อไปได้  สำหรับพ่อพันธุ์ที่มีไหล่กว้าง  จะทำให้มีปัญหา เรื่องการคลอดยาก แต่ถ้า
 
ไหล่แคบเกินไปก็จะทำให้ส่วนอื่นแคบไปด้วย
   
 
ภาพที่ 21 : ขาหน้า
 

ภาพที่ 22 : แสดงให้เห็น

ยืนสอบเข้าหากัน กีบแบะออกจากกัน
 

สภาพไหล่ขวาโก่ง ยืนเอียงในโคเพศผู้

   

เมื่ออายุมากจะมีปัญหาในการผสมพันธุ์ิ

     
 
ภาพที่ 23 : แสดงให้เห็น
 

ภาพที่ 24 : แสดงลักษณะที่

ถึงข้อเข่าสอบเข้าหากัน กีบแบะออก
 

สมบูรณ์แบบในการยืนของ    ขาหน้า

ในโคเพศเมียเหนียงตรงเสือร้องไห้มี
 

น้ำหนักตัวถ่ายทอดลงมาจากไหล่หน้าุ์ิ

ไขมันสะสม ขยายใหญ่  ลักษณะนี้จะ้
 
ลงสู่ขาหน้ายืนได้สมดุลดีมาก ขาโค้ง
ถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานได้
 
เข้าหากันเล็กน้อย  ข้อตำหนิเล็กน้อย
   
ที่เหนียง ตรงเสือร้องไห้  มีไขมันมาก
   
เกินไปนิดหน่อย กีบแข็งแรงสม่ำเสมอ
     
 
    นอกจากนั้นแล้วตรวจดูความสมบูรณ์ของฟัน และตรวจอาย ุเนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคส่วนใหญ่
 
ยังไม่มีการจดบันทึกข้อมูลพันธุ์ประวัติตัวโคอย่างจริงจัง   ทำให้ไม่สามารถทราบอายุโคได้อย่างแท้จริง
 
ดังนั้น การประมาณอายุของโค โดยสังเกตจากการงอกของฟันหน้า ดังนี้
   
1. ฟันน้ำนมครบ 4 คู่
    ภายใน 4 เดือน หลังคลอด
 
2. ฟันแท้ 1 คู่
    โคอายุประมาณ 2 ปี
 
     
3. ฟันแท้ 2 คู่
    โคอายุประมาณ 3 ปี
 
4. ฟันแท้ 3 คู่
    โคอายุประมาณ 4 ปี
 
     
5. ฟันแท้ 4 คู่
    โคอายุประมาณ 4 ปี ครึ่ง

 
6. ฟันแท้ 4 คู่สึกมากแล้ว
    จะมีช่องว่างระหว่างฟันแต่ละซี่
อายุมากเกิน 10 ปีขึ้นไป
 
     
หมายเหตุ : ฟันแท้มีขนาดใหญ่กว่าฟันน้ำนมประมาณ 2 เท่า และมีสีเข้มกว่าฟันน้ำนม
   
 
    ถ้าแม่โคมีเขาก็จะสังเกตการณ์ให้ลูกของแม่โคตัวนั้นได้  โดยดูจากรอยคอดบริเวณโคนเขา่ เพราะ
 
เนื่องจากขณะที่แม่โคตั้งท้อง ร่างกายจะดึงแคลเซี่ยมจากแม่ไปสร้างกระดูกสำหรับลูกโคทำให้แคลเซี่ยม
 
สำหรับสร้างเขาลดลงทำให้เกิดรอยคอดเป็นวงรอบโคนเขา ซึ่งการสังเกตรอยคอดรอบโคนเขาจะทำให้
 
ทราบว่าแม่โคตัวนั้นเคยให้ลูกมาแล้วกี่ตัว และแม่โคให้ลูกสม่ำเสมอหรือไม่
   
   

ภาพที่ 25 : แสดงรอยคอดบริเวณโคนเขา

   
     ขั้นตอนที่ 3. ยืนด้านข้างของลำตัวโค  
   
 
 
    ยืนตรงด้านข้างลำตัวตรงส่วนครึ่งหน้า
 
(Forequarter) ระยะห่างพอควร ในส่วนนี้
 
จะดูเฉพาะ ลำคอ หัวไหล่ หัวไหล่ ตะโหนก
 
เหนียง การยืนของขาหน้า ลักษณะของหน้า
 
และกีบ ลักษณะโคที่ดีตะโหนกจะต้องอยู่ใน
 
จุดที่ถูกต้องสมดุล    ตะโหนก จะต้องอยู่กึ่ง
 
กลางของไหล่ทั้งสองข้างทั้งเพศผู้และเพศ
 
เมีย  (ดังภาพที่ 26 ,  27  และ 28 ด้าน
 
ล่าง) ตะโหนกล้ำไปข้างหน้า จะทำให้มองดู
 
ลำตัวยาวเพิ่มขึ้น   ตะโหนก มีขนาดพอควร
 
ในเพศผู้ ลักษณะคล้ายเม็ดถั่ว และชี้ไปข้าง
 
หลัง ในเพศเมียเล็กกว่าเป็นรูปไข่  ตะโหนก
 
ไม่ล้ม ตะโหนกล้ม เป็นลักษณะถ่ายทอดไป
 
ไปสู่ลูกหลาน ไหล่เรียบ จากไหล่สู่แข้งและ
 
กีบมีความกลมกลืนได้สมดุล เหนียงจากใต้
 
คางถึงพื้นอกพับเป็นลูกคลื่น
 
 
 
 
 
 
ภาพที่ 26 : โคเพศเมียมองจากไหล่ลงถึง
 
กีบ  ยืนตรงสมดุลย์ดีมาก  แต่มีจุึดเสีย  คือ
 
ตะโหนกอยู่ล้ำไปข้างหน้ามากไป จึงทำให้ดู
 
หลอกตา ลำตัวยาวเพิ่มมากขึ้น คอสั้น
   
   
 
   
ภาพที่ 27 :  โคเพศเมียตัวนี้ได
 

ภาพที่ 28 :  โคเพศผู้ไหล่เรียบ กลมกลืน

สัดส่วนดีมีตะโหนก ไหล่ ขา อยู่
 
ตะโหนก ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม  คอดำ
ในแนวเดียวกัน
 

ไหล่ดำ ไล่ลงมาถึงขาิหน้า  แสดงว่าฮอร์โมน

   
เพศผู้ออกมาเต็มที่  บริเวณไหล่ และขาหน้ามี
   
มีกล้ามเนื้อแข็งแรง และจะแข็งแรงไปถึงส่วน
   
 ท้ายด้วย เหมาะที่จะใช้เป็นพ่อพันธุ์
   
 
 
    จากส่วนหน้า (Forequarter)  ของร่างกายให้ขยับมาดู
 
ส่วนกลางของลำตัว  จุดแรกดูแนวพื้นท้อง ซึ่งส่วนใต้ท้องต้อง
 
มีแนวตรง  เรียบ  ไม่ขรุขระ ในเพศผู้     ส่วนของหนังหุ้มลึงค์
 
(Sheath)หย่อนยานไม่ดี ควรมีขนาดปานกลางยึดกับพื้นท้อง
 
แน่นหนา หนังหุ้มลึงค์ที่หย่อนยาน (Pendulous)(ภาพที่29)
 
อาจทำให้ หนังหุ้มปลายลึงค์ (Prepuce) เกิดบาดแผลเมื่อไป
 
กระทบกับกิ่งไม้ใบใหญ่ ที่แหลมคม และอักเสบจนรักษาไม่หาย
 
(ภาพที่ 30) หนังหุ้มลึงค์สำหรับโคบราห์มัน   ควรจะทำมุมกับ
 
พื้นท้องไม่เกิน  45  องศา   นอกจากหนังหุ้มลึงค์ที่หย่อนยาน
 
แล้วลักษณะลึงค์ (Penis) ผิดปกติ
   
   
 
ภาพที่ 29 : แสดงลักษณะลึงค์ที่หย่อนยาน (Pendulous)
 
มากเกินไป
   
   
   

ภาพที่ 30 : ลึงค์ที่หย่อนยานเป็นสาเหตุให้ลึงค์อักเสบจนอักเสบจนรักษาไม่หาย และผสมพันธุ์ไม่ได

   
 

เช่น ลึงค์แตกเป็นแผล ลึงค์บิดคด  ลึงค์ไม่สามารถแทงออกมาจากหนังหุ้มลึงค์ หรือแทงออกมาได้เพียง

 
2-3 นิ้ว ถือว่าลักษณะผิดปกติ เพราะจะทำให้ไม่สามารถสอดเข้าไปในอวัยวะเพศเมียได้  พ่อพันธุ์ที่ลึงค์
 
หย่อนยานจะให้ลูกสาวที่มีเต้านมหย่อนยานด้วย ลักษณะลึงค์ที่เหมาะสมแสดง (ดังภาพที่ 31 ด้านล่าง)
   
   

ภาพที่ 31 : ลักษณะลึงค์ที่เหมาะสมที่จะเลือกใช้เป็นพ่อพันธุ์้

   
 

นอกจากลึงค์แล้วในอวัยวะเพศผู้ อวัยวะที่สำคัญในการสืบพันธุ์ที่สามารถตรวจสอบด้วยสายตา และจับคลำ

 
ได้อีกอย่างหนึ่งคือลูกอัณฑะ (ดังภาพที่ 32 ด้านล่าง) การตรวจสอบลูกอัณฑะนั้น นอกจากดูด้วยสายตา
 
แล้วอาจต้องลูบคลำด้วยมืออย่างเบาๆ ลักษณะต่างๆ ที่ตรวจสอบก็คือ
   
 
    1. ต้องตรวจดูว่า ลูกอัณฑะอยู่ในถุงหุ้มอัณฑะทั้งสองข้าง  ถ้ามีลูกอัณฑะเพียงข้างเดียว เรียกว่า
 
ทองแดง (Cryptorchids) นั้น อาจสามารถผสมพันธุ์ได้ แต่ลักษณะนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม
 
ไปสู่ลูกหลานต้องคัดออกทันที
   
 
    2. ขนาดของลูกอัณฑะไม่เท่ากัน เป็นลักษณะผิดปกติทางพันธุกรรมอาจลดความสมบูรณ์ของ
 
พ่อพันธุ์
   
 
    3. ลูกอัณฑะต้องมีความแน่นกระชับคล้ายลูกเทนนิส ถ้านิ่มเกินไปหรือแข็งเกินไป และเล็ก เป็น
 
ลักษณะที่ไม่ดี ควรคัดออก
   
 
    4. ลูกอัณฑะบิดไปอยู่ด้านหน้า หรือด้านหลัง ถึงแม้ว่าอาจไม่มีผลกระทบต่อความสมบูรณ์พันธุ์ แต่
 
มันก็เป็นปัญหา ต่อลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรม     ส่วนมากจะไม่เป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อพ่อโคไป
 
ทำพันธุ์
   
 
 
    5. หนังหุ้มลูกอัณฑะที่พับม้วน  อาจทำให้ลูกอัณฑะ
 
ขึ้นไปกระชับกับหน้าท้อง   ลักษณะนี้ เป็นลักษณะที่ไม่ดี
 
เพราะลดพื้นที่ระบายความร้อนให้แก่ลูกอัณฑะ อาจทำให้
 
เซลล์ภายในลูกอัณฑะที่สร้างตัวอสุจิถูกทำลาย
   
 
    6. กระเปาะเก็บตัวอสุจิ  (Epididymis)  เป็นแผล
 
หรือติดเชื้อบวมหรือแข็งจะไม่ดี
   
 
    7. ลูกอัณฑะควรจะใหญ่ เพราะลูกอัณฑะเป็นแหล่ง
 
ผลิตตัวอสุจิ ขนาดลูกอัณฑะใหญ่จะมีเนื้อเยื่อมากโคพันธุ์
 
บราห์มันเพศผู้  2 ปี ควรจะมีเส้นรอบลูกอัณฑะยาวไม่ต่ำ
 
กว่า 28 ซม.  และอายุ 2 ปี  ควรยาวไม่ต่ำกว่า 30 ซม.
 
และโคที่มีลูกอัณฑะใหญ่จะให้ลูกเพศเมียได้มากกว่าเพศผู้
   
 
    8. ไส้เลื่อนที่ถุงหุ้มลูกอัณฑะ (Scrotum hernia)
 
เป็นลักษณะ ไม่พึงประสงค์   เพราะเป็นลักษณะถ่ายทอด
 
ทางพันธุกรรม
 
 
ภาพที่ 32 : ลักษณะลูกอัณฑะที่สมบูรณ์แบบหนึ่ง
   
 

    สำหรับในเพศเมีย   พื้นท้องจะต้องตรงเช่นเดียวกับเพศผู้  สะดือ (Navel) จะต้องไม่หย่อนยาน

 
(Pendulous) เป็นถุง (ดังภาพที่ 33 ด้านล่าง) เพราะเป็นลักษณะถ่ายทอดทางพันธุกรรม เมื่อได้ลูก
 
เพศผู้จะทำให้ลูกมีลึงค์หย่อนยาน นอกจากนี้  ด้านหน้าหรือด้านหลังของสะดือ  ไม่ควรมีการสะสมของ
 
ไขมันมากจนอูมนูนออกมาให้เห็นได้ชัดเจน เป็นลักษณะที่ไม่ดี (ดังภาพที่ 34 ด้านล่าง) เต้านมขนาด
 
โตพอสมควร หัวนมมีขนาดพอเหมาะ อยู่แยกกันอย่างสมดุล 4 มุม  หัวนมใหญ่ หรือเล็กเกินไปจะทำให้
 
ลูกดูดนมลำบาก (ดังภาพที่ 35 ด้านล่าง)
   
   
ภาพที่ 33 : สะดือ (Navel) หย่อนยานเป็นถุงไม่ดี ถ้าจะเอาไว้ทำพันธุ์จะต้องหาพ่อพันธุ์มาแก้ซึ่งยากมาก
   
   
ภาพที่ 34 : ภาพด้านหลังของสะดือ (Navel) บวมอูมด้วยไขมัน ไม่ดี
   
   
ภาพที่ 35 : ลักษณะใต้พื้นท้องของโคเพศเมียเป็นเส้นตรงได้ขนาดกลมกลืน สะดือ
มีขนาดที่เหมาะสม  เช่นเดียวกันกับหัวนมก็มีขนาดที่เหมาะสม สมควรใช้เป็นแม่พันธุ์ี
   
 
    เมื่อดูใต้ท้องแล้วให้สำรวจแนวสันหลังควบไปด้วย (ดังภาพที่ 36 และ 37 ด้านล่าง) แนวหลัง
 
ควรตรงไม่แอ่นมากนัก ลำตัวยาว คลำดูหนัง หนังควรนุ่มและ หยุ่น ความหนาปานกลาง ผิวหนังหลวม
 
(Loose skin) พอควร ขนสั้น นุ่มและแน่นพอควร
   
   
ภาพที่ 36 : แนวใต้พื้นท้องและแนวสันหลังตรง มีความลึกของลำตัวพอสมควร มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
เป็นลักษณะที่ดี
   
   
ภาพที่ 37 : แนวสันหลังหางอยู่เหนือก้นกบ โคนหางต่อกับลำตัวอยู่ ในระดับเดียวกับแนวหลัง หรือต่ำกว่าเล็กน้อย
   
 
    จากส่วนกลางของลำตัวเขยิบมาดูส่วนท้ายของลำตัว (Hindquarter) ทางด้านข้าง ส่วนนี้จะได้
 
เห็นชัดส่วนของสะโพก ส่วนของขาหลัง กีบ และการแสดงออกของกล้ามเนื้อ
   
 
 
ดูลักษณะขาและการยืน (ดังภาพที่ 38 ด้านล่าง) ส่วนที่
 
สำคัญของสะโพกและขาหลัง คือ จุดต่างๆ สามจุดที่เกิด
 
จากรอยต่อหรือกระดูก ได้แก่ กระดูกเชิงกราน (Hook or
 
Hip Bone) กระดูกก้นกบ (Pin bone) ในภาพเป็นจุดที่
 
เส้นไข่ปลา  ลากผ่านรอยต่อของ    กระดูกต้นขาหลังกับ
 
กระดูกโคนขาหลัง  (Stifle joint) มองดู  จะเห็นเป็นรูป
 
สามเหลี่ยม ในภาพนี้   จะเห็นว่าพ่อโคยืนขาเฉียงเข้าหา
 
ลำตัวมาก  ลักษณะนี้เรียกว่า  Sickle  hocked  ถ้าลาก
 
เส้นตั้งฉากกับกระดูกก้นกบลงสู่พื้น  ระยะจากจุดของเส้น
 
ตั้งฉากสัมผัสพื้นไปยังกีบจะมีระยะห่างกันมาก ในพ่อพันธุ์
 
ถ้าขาเฉียงมากเวลาขึ้นผสมจะทำให้ลึงค์เข้าไม่ถูกที่ เวลา
 
ผสมน้ำหนักจะลงขาหลังมาก     ทำให้เกิดการอักเสบได้
 
และจะผสมไม่ได้อีกต่อไป  ลักษณะนี้เพศผู้  และเพศเมีย
 
จะมีโอกาสถ่ายทอดไปสู่ลูกหลาน ควรคัดออก
 
 
 
 
ภาพที่ 38 : ลักษณะขายืนเฉียงเข้าหาลำตัวมาก
 
(Sickle hocked)
   
 

    ภาพที่ 39  จะเห็นได้ว่าพ่อโคยืนขาตรงเกินไปเหมือนเสาโทรเลข เรียกว่า Posty leg ทำให้มุม

 
ขาหลังไม่ดี เวลาผสมพันธุ์จะไม่สะดวก กระดูกก้นกบกับกระดูกข้อพับต่างๆ  ไม่มีมุมใน  (ดังภาพที่ 39
 
ด้านล่าง) การตรวจสอบว่า ขาตรงมากเกินไปหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่โคยังเป็นหนุ่มเป็นสาว
 
ถ้าขาตรงจะเห็นรอยย่น และก้อนเนื้อหลังเข่ามาก อาจมีอาการบวมน้ำที่เหนือข้อเข่าเพราะว่าขาตรงมาก
 
ต้องรับน้ำหนักมาก ทำให้มีการสร้างน้ำมารองรับ
   
 
     

ภาพที่ 39 : แสดงลักษณะขาตรง (Posty leg) ในโคบราห์มันการทรงตัวไม่ดี

   
 
 
   ลักษณะขาและการยืนที่สมบูรณ์แบบขาหลังจะต้อง
 
ยืนเอียงทำมุม  กับเส้นตั้งฉากที่ลากจาก  ก้นกบห่างกัน
 
ประมาณ 3 - 4 นิ้ว (ดังภาพที่ 40 ด้านล่าง) ลักษณะ
 
ข้อเท้า และกีบข้อเท้าที่ดีควรสั้นและแข็งแรง กีบขนาด
 
พอเหมาะ และแข็งแรง สามารถเดินได้อย่างปกติ  และ
 
สะดวก กีบยาวเกินไป จะต้องตัดแต่งกีบบ่อย ๆ จึงเป็น
 
ลักษณะถ่ายทอดทางพันธุกรรม ข้อเท้าและกีบผิดปกติ
 
สาเหตุเริ่มต้นมาจากกีบผิดปกติมาก่อน นานเข้าก็จะทำ
 
ให้ข้อเท้าอักเสบ  และผิดปกติไปด้วย กีบ กับข้อเท้าที่
 
ตรงเกินไป น้ำหนักลงมามาก จะทำให้ข้อบวม (ดังภาพ
 
ที่ 41 ด้านล่าง) กีบกับข้อเท้าที่มีมุมมากเกินไปจะเห็น
 
รอยย่นหน้ากีบมาก   การทรงตัวไม่ด ี ( ดังภาพที่ 42,
 
และ 43 ด้านล่าง )  กีบที่เหมาะสมทำมุมกับ   ข้อเท้า
 
เล็กน้อย กีบเสมอกันย่อมช่วยให้การผสมพันธุ์ดีขึ้น
 
 
 
 
ภาพที่ 40 : ลักษณะการยืนที่ถูกต้อง ขาหลังยืนทำ
 
มุมพอดี
   
   
ภาพที่ 41 : กีบและข้อเท้าตรงเกินไป ทำให้ข้อเท้าบวม
   
   
ภาพที่ 42 : กีบเล็กเกินไปทำให้ข้อเท้าบิดเบี้ยว เพราะต้องรับน้ำหนักมากเดินผิดปกติ
   
   
ภาพที่ 43 : ลักษณะกีบยาวเกินไป
   
 
 
   ลักษณะของกล้ามเนื้อ  ถ้าดูจากจุดสามจุดดังกล่าว
 
ข้างต้นอันได้แก่ กระดูกเชิงกราน (Hipbone)   กระดูก
 
ก้นกบ (Pin bone)  และ กระดูกข้อต่อ (Stifle joint)
 
โคตัวที่ให้กล้ามเนื้อมาก    จะต้องมีระยะระหว่างกระดูก
 
เชิงกราน   และกระดูกก้นกบกว้าง  ระยะจากกระดูกเชิง
 
กราน และกระดูกก้นกบถึงกระดูกข้อต่อยาวลึก จึงจะทำ้
 
ให้กล้ามเนื้อ  ส่วนสะโพกมีมาก  ความกว้างตรงกระดูก
 
ข้อต่อ (Stifle joint)  กว้างมาก   ก็จะมีกล้ามเนื้อมาก
 
เพราะส่วนนี้ไม่มีไขมัน สะโพกล่างกว้าง หนาเต็ม  และ
 
และลึก มีเนื้อนูนมาถึงเข่า (ดังภาพที่ 44 ด้านล่าง)
 
 
 
 
 
ภาพที่ 44 : ส่วนสะโพก (Rump) ระยะห่างระหว่าง
 
กระดูกเชิงกรานกับกระดูกก้นกบห่างกันมีกล้ามเนื้อมาก
 

 

 
     ขั้นตอนที่ 4. ยืนด้านท้ายของลำตัวโค  
   
 
 
   เมื่อตรวจสอบลักษณะต่าง ๆ ทางด้านข้างของ
 
ลำตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ยืนหันหน้าเข้าทางด้าน
 
ท้ายของลำตัว(ดังภาพที่ 45, 46, 47, 48, 49
 
50 ด้านล่าง)  จะเห็นลักษณะการยืน  ของขาหลัง
 
ลักษณะการให้กล้ามเนื้อของขาหลัง หาง ลูกอัณฑะ
 
แนวสันหลังจากท้ายไปสู่หัว
 
 
 
 
 
 
ภาพที่ 45 : แสดงลักษณะกล้ามเนื้อของขาหลังไม่ดี
 
จะเห็นได้ว่า ส่วนบนระหว่างกระดูกเชิงกรานกว้างส่วน
 
ตรงรอยข้อต่อของกระดูกแคบกว่ากล้ามเนื้อไม่ยาว ลึก
 
ลงมาถึงข้อเท้า
   
 

 

 
   
ภาพที่ 46 :  แสดงลักษณะโคที่มี
 

ภาพที่ 47 :  เป็นภาพเชิงซ้อนระหว่าง

กล้ามเนื้อมากส่วนตรงข้อต่อ (Stifle joint)
 
ภาพที่  45  และ  46 จะเห็นความแตกต่าง
กว้างมาก  มีกล้ามเนื้อคลุมลงมา  ถึงข้อเข่า
 
ระหว่างโคที่มีกล้ามเนื้อมาก  และโคที่มีกล้าม
 
เนื้อน้อย โคที่มีกล้ามเนื้อมากเวลาเดินจะเป็น
 
มัดกล้ามเนื้อชัดเจน  แต่ถ้ามีไขมันมาก เวลา
 
เดินจะกระเพื่อม
 

 

   
ภาพที่ 48 :เป็นการเปรียบเทียบด้านหลังของลูกโคเพศผู้ 2 ตัวจะเห็นได้ว่าตัวด้านขวามือนั้นมีส่วนตรง
ระหว่าง Stifle joint กว้างกว่า ตัวด้านซ้ายมือมีมัดกล้ามเนื้อมากกว่ากล้ามเนื้อซอกขามากกว่า
   
 
   
ภาพที่ 49 :  เป็นภาพโคหนุ่มที่มีลักษณะี
 

ภาพที่ 50 :  เป็นภาพแม่โคที่ตูดลีบ

สะโพกและขาหลังสมบูรณ์แบบ การยืนมั่นคง
 
ข้างบนใหญ่ ข้างล่างเล็ก ถึงแม้ว่าลึก
ลูกอัณฑะดี หาง และพู่หางดี  กล้ามเนื้อตรง
 
แต่ก็มีกล้ามเนื้อน้อย   ตรงส่วน Stifle
Stifle joint  กว้าง  กล้ามเนื้อมีลึกลงมาถึง
 
joint แคบ
หัวเข่า ลักษณะการยืนขาถ่าง เพราะที่ซอกขา
 
มีมัดกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Inside มาก
 
 

 

 
   เมื่อตรวจดูลักษณะต่างๆ ของร่างกายโค โดยดูจากด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลังแล้ว ถ้ามีโอกาส
 
ต้องพิจารณาด้านบนของตัวโค (Top view) ด้วย (ดังภาพที่ 51 ด้านล่าง) กล่าวคือ โคเนื้อที่ดีเมื่อ
 
มองด้านบนจะมีลักษณะคล้ายรูปขวดโค้ก คือมองเห็นหลังกว้าง แสดงว่าสันนอกกว้าง หลังตรง ยาว
 
บั้นท้ายมน ไม่แหลม ตะโหนกไม่ล้ม (ดังภาพที่ 52 ด้านล่าง)
   
 
ภาพที่ 51 :  แสดงลักษณะ Top view ของโคเนื้อ
 
 
 
 
 
   
   

ภาพที่ 52 :  แสดงลักษณะหลังกว้าง

   
ตะโหนก ตั้งตรงดี
   
ดี
 
ไม่ดี
    กล้ามเนื้อไม่ไหล่นูน (1) ทำให้เห็นส่วนอกเว้า
 
    ส่วนไหล่ และท้ายเล็กกว่าส่วนท้อง ไม่เห็น
เล็กน้อย (2)
 
กล้ามเนื้อนูนขึ้นมาตรงไหล่
     
    การกางของซี่โครง  ส่วนหน้าน้อย และค่อย ๆ
 
    ส่วนท้อง(3) ใหญ่กว่าส่วนไหล่ (1) และ
ขยายใหญ่ไปยังส่วนท้าย (3)
 
สะโพก (4) ซึ่งส่วนท้อง  เป็นส่วนที่มีเนื้อน้อย
 
ราคาถูก
     
    ระยะห่าง ระหว่างกระดูกเชิงกราน กับกระดูก
 
    ระยะห่างระหว่างกระดูกเชิงกรานกับกระดูก
ก้นกบมาก (5)  กระดูกเชิงกรานเลื่อนมาหน้ามาก
 
ก้นกบน้อย (5) โคตัวนี้จะมีสะโพกสั้น และมีเนื้อ
เท่าใดยิ่งดี ทำให้โคตัวที่มีส่วนสะโพกยาว และมี
 
ส่วนนี้ (ซึ่งราคาแพง) น้อย
เนื้อส่วนนี้ (ซึ่งราคาแพง) มาก
 
     
    กระดูกก้นกบควรอยู่สูง และห่างจากกันมาก ๆ
 
    กระดูกก้นกบอยู่ไม่ห่างกัน เป็นผลให้มีเนื้อ
เป็นผลให้มีเนื้อส่วนท้ายนี้มาก ซึ่งเนื้อส่วนที่มีราคา
 
ส่วนนี้น้อย
พงเช่นกัน
   
   
 
     ขั้นตอนที่ 5. ให้โคเดิน   
 
 

   เมื่อโคเดินจะสังเกตลักษณะผิดปกติ ที่เกิดกับขาหรือข้อเท้า เช่น เดินขากะเผลก (Lameness)

 
หรือขากระตุกหรือขาทก (Stringhalt) หรือไม่  นอกจากนั้นการเดินของโค จะแสดงให้เห็นลักษณะ
 
การเกาะตัวของกล้ามเนื้อ หรือไขมันที่สะสมในร่างกายโค  แล้วยังแสดงให้เห็นความสดชื่นและความ
 
เชื่องของโคอีกด้วย
   
   
ภาพที่ 53 :  แสดงโคกำลังเดินในสนามประกวด
   
  
 
เอกสารอ้างอิง
สว่าง อังกุโร. 2552. การคัดเลือกและการประกวดโคเนื้อ. กลุ่มวิจัยและพัฒนาระบบฟาร์มปศุสัตว์.    สำนักพัฒนาการปศุสัตว์
และถ่ายทอดเทคโนโลยี. กรมปศุสัตว์.
 

 

 
© 2009 TBBA. Thailand. All rights reserved
สมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งประเทศไทย - THAI BRAHMAN BREEDERS ASSOCIATION  -  Tel : 02-6534922