ข้อ 9. การจดบันทึกข้อมูลต่างๆ ของโคไทยบราห์มัน
|
| |
| |
สมาชิกแต่ละคนต้องมีสมุดบันทึกคุมฝูงโคของตน ซึ่งต้องบันทึกหมายเลขประจำตัวโคเป็นรายตัว ข้อมูล
|
บรรพบุรุษ และรายละเอียดการผสมพันธุ์อย่างชัดเจนเพื่อส่งรายละเอียดข้อมูลต่างๆ นี้นำไปเก็บบันทึกในสมุด |
ทะเบียนคุมฝูงโคของสมาคมฯ ลูกโคแต่ละตัวที่จะจดทะเบียนได้นั้น ต้องประทับเครื่องหมายประจำฟาร์ม และ |
หมายเลขประจำตัวลูกโคแต่ละตัวให้เรียบร้อยก่อนส่งทะเบียน และเครื่องหมายที่ประทับข้างตัวโคนี้ ต้องเป็น |
เครื่องหมายถาวร |
| |
ข้อ 10. การคัดเลือกโคเพื่อนำมาจดทะเบียน
|
| |
| |
ลูกโคที่จะจดทะเบียนได้นั้น จะต้องเป็นลูกโคที่เกิดจาก พ่อ - แม่โคพันธุ์แท้ที่ขึ้นทะเบียน หรือจด
|
ทะเบียนไว้กับสมาคมแล้วเท่านั้น |
| |
ข้อ 11. ลักษณะที่ถูกต้องตรงตามพันธุ์โค
|
| |
| |
ที่นำมาจดทะเบียนต้องมีลักษณะรูปร่างถูกต้องตามพันธุ์โคบราห์มัน และมีสายเลือดตามที่สมาคมกำหนดไว้
|
| |
|
| |
| |
การขอจดทะเบียน จะต้องกรอกข้อความในแบบของสมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งประเทศไทย ซึ่ง
|
ในแต่ละแผ่นสามารถกรอกรายละเอียดลูกโคได้ 10 ตัว ถ้าลูกโคนั้น เป็นเจ้าของคนเดียวกัน แล้วยื่นขอจด |
ทะเบียนกับสมาคม |
| |
ข้อ 13. วิธีกรอกข้อมูลในแบบการจดทะเบียนโค
|
| |
|
| (1) |
กรอกหมายเลขสมาชิกสมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งประเทศไทยของเจ้าของโค |
| (2) |
วันที่ ที่ส่งแบบขอจดทะเบียนโคไทยบราห์มันกับสมาคม |
| (3) |
ชื่อ ที่อยู่ ของสมาชิกที่ขอจดทะเบียนโคไทยบราห์มันกับสมาคม |
| (4) |
เครื่องหมายประจำฟาร์ม (ตราฟาร์ม) ที่ประทับอยู่ข้างตัวโค |
| (5) |
หมายเลขประจำตัวโค คือ หมายเลขประทับข้างตัวโคที่นำมาขอจดทะเบียนกับสมาคม |
| (6) |
เพศ กรอกเพศของโคโดยใช้ (ผ) แทนเพศผู้ (ม) แทนเพศเมีย |
| (7) |
กรอกวัน เดือน ปี ที่ลูกโคเกิด (เป็นตัวเลข) |
| (8) |
กรอกหมายเลขข้างตัวของพ่อโค เป็นหมายเลขรหัสทะเบียนพ่อโค ที่นำลูกโคมาจดทะเบียน |
| |
กับสมาคม |
| (9) |
หมายเลขทะเบียนพ่อโค เป็นหมายเลขรหัสทะเบียนพ่อโค ที่สมาคมออกให้กับโคแต่ละตัว |
| (10) |
การผสมพันธุ์ ต้องบอกว่าโคที่นำมาจดทะเบียนนี้ผสมด้วยวิธีใด ถ้าผสมธรรมชาติให้กรอกว่า |
| |
N (Natural) ถ้าผสมเทียมให้กรอกว่า AI ถ้าเกิดจากการย้ายฝากตัวอ่อนให้กรอกว่า ET |
| (11) |
หมายเลขประจำตัวแม่โค เป็นหมายเลขที่ตีไว้ข้างตัวแม่โค ของลูกโคที่นำมาจดทะเบียน |
| (12) |
หมายเลขทะเบียนแม่โค เป็นหมายเลขรหัสทะเบียนแม่โคที่สมาคมออกให้กับโคแต่ละตัว |
| (13) |
สภาพเขาโค ถ้าโคที่นำมาจดทะเบียนเป็นโคที่มีเขาให้กรอกว่า H (Horn) ถ้าเป็นโคไม่มี |
| |
เขาโดยธรรมชาติให้กรอกว่า P (Poll) |
| (14) |
สี หมายถึง สีของโคที่นำมาจดทะเบียน ถ้าเป็นสีเทาหรือขาวให้กรอกว่า “เทา” ถ้าเป็นสีแดง |
| |
ให้กรอกว่า “แดง” |
| (15) |
ชื่อโค คือชื่อของลูกโคที่เราตั้งขึ้นมาก่อนนำลูกโคมาจดทะเบียนกับสมาคม (ชื่อลูกโคจะ |
| |
ต้องมีอักษรไม่เกิน 24 ตัวอักษร) |
| (16) |
ผู้บำรุงพันธุ์โค (Breeder) คือผู้ที่เป็นเจ้าของแม่โค ในขณะที่ผสมโคจนแม่โคนั้นตั้งท้อง |
| (17) |
เจ้าของโค (Owner) คือผู้ที่เป็นเจ้าของแม่โคในขณะที่ลูกโคเกิด |
| (18) |
ลงลายมือชื่อของเจ้าของโค ที่นำมาจดทะเบียนกับสมาคม |
|
|
ข้อ 14. ลักษณะไม่พึงประสงค์ของโคบราห์มันพันธุ์แท้ที่สมาคมฯ ไม่รับจดทะเบียนเป็นโคไทยบราห์มัน
|
| |
| |
14.1 |
สี |
| |
ก) |
โคที่มีริ้วสีดำบนลำตัว (ลายเสือ) |
|
|
ข) |
โคเผือก ขนเป็นสีเกือบขาวหรือสีครีมอ่อน ผิวหนังมีสีเผือกหรือสีชมพู มีจมูกสีขาว |
| |
พู่หางกีบ และเขามีสีอ่อน |
ค) |
โคที่มีจมูกทั้งจมูก และพู่หางทั้งพู่หางเป็นสีอื่น ที่ไม่ใช่สีดำในตัวเดียวกัน |
|
14.2 |
พ่อโคมีอัณฑะลูกเดียวโดยกำเนิด |
14.3 |
โคที่มีลักษณะแคระแกรน |
14.4 |
โคที่เกิดมาเป็นง่อยเปลี้ยผิดปกติ ที่เป็นลักษณะทางพันธุกรรม จะจดทะเบียนไม่ได้ (แต่ถ้าเกิด |
| |
ลักษณะง่อยเปลี้ยขึ้นภายหลัง เนื่องจากอุบัติเหตุต่างๆ ถือว่าโคตัวนั้นไม่มีปัญหาทางพันธุกรรม) |
14.5 |
โคสาวที่เป็นคู่แฝดผู้ - เมีย จะจดทะเบียนได้ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าสามารถสืบพันธุ์ได้ และจะไม่
|
| |
ถูกปรับกรณีจดทะเบียนล่าช้า |
|
| |
ข้อ 15. ใบรับรองการผสมพันธุ์
|
| |
| |
บุคคลผู้ขอจดทะเบียนลูกโคที่ไม่ได้เป็นเจ้าของพ่อโคในขณะที่นำมาผสมแม่โค และไม่ได้บันทึกข้อมูล
|
พ่อโคที่ผสมแม่โคนั้น ในกรณีที่ผสมจริงตามธรรมชาติ ต้องให้เจ้าของพ่อโคลงชื่อรับรองการผสม ในแบบ |
การโอนกรรมสิทธิ์แม่โคก่อน ถ้าเป็นการผสมเทียมจะต้องมีใบรับรองน้ำเชื้อที่ออกโดยสมาคม เป็นหลักฐาน |
ซึ่งจะขอได้จากเจ้าของพ่อโคที่รีดน้ำเชื้อนั้น และเจ้าของพ่อโคจะซื้อใบรับรองน้ำเชื้อได้จากสมาคม |
| |
ข้อ 16. ข้อกำหนดในการผสมพันธุ์โค
|
| |
| |
16.1 |
สัญญาการเช่าหรือยืมพ่อโค |
| |
ในกรณีที่นำพ่อโคของผู้อื่นมาใช้ผสมแม่โคในฟาร์ม สมาชิกนั้นจะต้องแจ้งให้สมาคมทราบ เพื่อเป็น
|
หลักฐานในการจดทะเบียนลูกโค (ตามแบบที่กำหนด) |
16.2 |
ระยะเวลาการคุมฝูงของพ่อโค |
| |
ฝูงแม่โคที่ปล่อยให้พ่อโคตัวใดตัวหนึ่งคุมฝูงแล้ว ต้องทิ้งช่วงระยะเวลาห่างกันอย่างน้อย 30 วัน |
| |
ทั้งนี้เพื่อให้สามารถชี้ชัดลงไปได้ว่าลูกโคที่เกิดมานั้น เป็นลูกโคจากพ่อโคตัวใด และการปล่อย |
| |
พ่อโคลงไปคุมฝูง หรือเปลี่ยนพ่อโคตัวใหม่ไปคุมฝูงแทน จะต้องจดวันเดือนปีที่พ่อโคเข้าคุมฝูง |
| ไว้ให้เรียบร้อย |
16.3 |
ห้ามปล่อยให้พ่อโคมากกว่า 1 ตัวคุมฝูงแม่โคจดทะเบียน
|
| |
ในการผสมแม่โคที่ต้องการนำลูกที่เกิดไปจดทะเบียน ห้ามปล่อยพ่อโคคุมฝูงมากกว่า 1 ตัว และ
|
ในฝูงแม่โคผสมพันธุ์นั้น ต้องไม่มีโคเพศผู้ที่มีอายุพอที่จะใช้ผสมพันธุ์ได้แล้วอยู่รวมกับฝูงแม่โค
|
มิฉะนั้นจะจดทะเบียนลูกโคไม่ได้ หลักเกณฑ์นี้ใช้กับการย้ายฝากตัวอ่อนด้วยเช่นกัน สมาคมจะ่ |
ไมรับจดทะเบียนลูกโค ที่เกิดจากการใช้น้ำเชื้อจากพ่อโคหลายตัว ผสมไข่ หรือฉีดเชื้อตัวผู้ |
มากกว่า 1 ตัว ในระหว่างการถ่ายฝากตัวอ่อน |
|
| |
|
| |
| |
ลูกโคเพศเมียที่เกิดจากแฝดผู้ – เมียเรียกว่า “ฟรีมาติน” โคเพศเมียจะมีโอกาสเป็นหมันถึงร้อยละ 90
|
จึงให้ชะลอการจดทะเบียนโคเพศเมียนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าโคตัวนั้นไม่เป็นหมัน ส่วนแฝดเพศผู้ |
จะไม่มีปัญหาในการสืบพันธุ์สามารถส่งจดทะเบียนได้ทันที แฝดที่เป็นเพศเดียวกันทั้งคู่สามารถจะทะเบียน |
ได้ทันที 2 ตัว |
| |
ข้อ 18. การผสมเทียมและการย้ายฝากตัวอ่อน
|
| |
| |
ลูกโคที่เกิดจากการผสมเทียม และการย้ายฝากตัวอ่อนจะสามารถจดทะเบียนได้ โดยต้องปฏิบัติตาม
|
ข้อบังคับของสมาคม |
| |
ข้อ 19. การออกใบรับรองใบใหม่
|
| |
| |
ถ้าใบทะเบียนประวัติเดิมหายไป สมาชิกสามารถจะยื่นคำร้องแสดงหลักฐาน เพื่อขอออกทะเบียนประวัติ
|
ใบใหม่ได้ แต่เมื่อพบใบทะเบียนประวัติฉบับที่สูญหายไปนั้นภายหลัง ให้นำส่งคืนสมาคมฯ เพื่อยกเลิกการใช้ |
| |
ข้อ 20. ใบรับรองการจดทะเบียนพันธุ์ประวัติ่
|
| |
| |
ถ้าคำร้องขอจดทะเบียนมีเอกสารต่างๆ ครบถ้วนตามที่สมาคมกำหนดแล้ว สมาคมจะออกใบรับรองการจด
|
ทะเบียนให้ เมื่อมีการขายโคและต้องการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่เจ้าของใหม่ให้กรอกข้อความรายละเอียดการโอน |
โคด้านหลังใบทะเบียนพันธุ์ประวัตินี้ และส่งมาทำการโอนโคที่สมาคมภายใน 30 วัน |
| |
ข้อ 21. การแก้ไขใบทะเบียนประวัติิ่
|
| |
| |
เมื่อได้รับใบทะเบียนประวัติจากสมาคมแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้อง หากข้อความไม่ถูกต้องให้ส่งกลับ
|
ไปสมาคมแก้ไขทันที โดยทำเครื่องหมายวงกลมล้อมรอบข้อความที่ผิด และเขียนข้อความแก้ไขที่ถูกต้อง |
กำกับให้ชัดเจน หรือจะเขียนข้อความที่ต้องการแก้ไข ลงในแผ่นกระดาษแล้วหนีบติดใบทะเบียนประวัติที่ผิด |
นั้นก็ได้ หากพบข้อความที่ผิดพลาดเกิดจากสมาคม การแก้ไขให้ถูกต้อง สมาชิกไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีก |
แต่ถ้าความผิดพลาดเกิดจากสมาชิก หรือฝ่ายเจ้าของโค การแก้ไขจะต้อง เสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ |
กำหนดไว้ |
| |
| |
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขใบทะเบียนประวัติ จะกระทำได้โดยสมาคมเท่านั้น สมาชิกจะดำเนินการแก้ไขด้วย |
ตนเองไม่ได้ ถ้าฝ่าฝืนสมาคมจะยกเลิกใบทะเบียนพันธุ์ประวัตินั้น และจะออกใบใหม่ให้โดยต้อง เสียค่า |
ธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดไว้ |
| |
ข้อ 22. การประทับเครื่องหมายโคก่อนการจดทะเบียน
|
| |
| |
เมื่อนำลูกโคมาจดทะเบียนต้องประทับเครื่องหมายประจำฟาร์ม และหมายเลขประจำตัวโคในตำแหน่งที่
|
ี่เห็นได้ง่ายให้เรียบร้อยก่อน โดยปกติจะประทับที่สะโพกซ้ายหรือขวา การประทับเครื่องหมายนั้น ให้ใช้ |
“เครื่องหมายถาวร” เท่านั้น ปกติแล้วในการจดทะเบียนลูกโค จะประทับเครื่องหมายประจำฟาร์มของ |
เจ้าของโคคนแรกเท่านั้น เมื่อโอนกรรมสิทธิ์โค ไม่ต้องประทับเครื่องหมายโคตัวนั้น ๆ ใหม่ แต่หากมีการ |
ซื้อขายลูกโคเล็กยังไม่หย่านม และยังไม่ได้ประทับเครื่องหมายข้างตัวและยังไม่ได้จดทะเบียนต้องสักเบอร์หู |
ก่อนขาย และเมื่อถึงวันจดทะเบียนจะประทับเครื่องหมายของเจ้าของคนเดิม หรือเครื่องหมายของเจ้าของคน |
ใหม่ก็ได้ พร้อมหมายเลขประจำตัวโคให้เรียบร้อยก่อนส่งไปจดทะเบียน ถ้าหากสมาชิกที่ยื่นขอจดทะเบียนโค
|
โดยที่เครื่องหมายประจำฟาร์ม และหมายเลขประจำตัวโค ไม่ตรงกับความเป็นจริง เจ้าหน้าที่ทะเบียนจะส่ง |
แบบการขอจดทะเบียนให้คณะกรรมการพิจารณา ถ้าคณะกรรมการตรวจสอบแล้วพบว่ามีหลักฐานไม่เป็นจริง |
ดังกล่าว ทั้งแม่โคและลูกโคจะถูกลบออกจากทะเบียนของสมาคม |
| |
ข้อ 23. เครื่องหมายประจำฟาร์ม
|
| |
| |
เครื่องหมายประจำฟาร์มจะเป็นตัวอักษร ตัวอักษรผสมเครื่องหมายหรือตัวเลขก็ได้ จุดประสงค์ของการ
|
ประทับเครื่องหมายนี้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของโค |
| |
| |
กรณีของโคลูกผสม ที่เลี้ยงเพื่อผลิตลูกไปขุน การประทับเครื่องหมายก็เพื่อแสดงการเป็นเจ้าของโค
|
เท่านั้น แต่ในกรณีโคบราห์มันพันธุ์แท้ที่จะจดทะเบียน การประทับเครื่องหมายเป็นข้อกำหนดที่สำคัญในการ |
จดทะเบียน และยังเป็นเสมือนบัตรประจำตัวโคอีกด้วย |
| |
ข้อ 24. แจ้งเครื่องหมายประจำฟาร์มให้ชัดเจนในแบบที่ยื่นขอจดทะเบียนโค
|
| |
| |
ในการขอจดทะเบียนสัตว์ตัวใดตัวหนึ่ง ต้องแสดงเครื่องหมายประจำฟาร์มในแบบการขอจดทะเบียนให้
|
ชัดเจน เครื่องหมายนี้เป็นเครื่องชี้บอกว่า โคตัวนั้นเป็นของฟาร์มใด และเครื่องหมายนี้จะปรากฎอยู่ในใบ |
ทะเบียนประวัติที่สมาคมออกให้ด้วย |
| |
ข้อ 25. หมายเลขประจำตัวโค
|
| |
| |
หมายเลขประจำตัวโคที่สมาชิกตั้งให้กับโคแต่ละตัวในฟาร์ม เพื่อใช้ในการจดทะเบียนจะเป็นตัวเลขตัว
|
เดียวหรือตัวเลขหลายตัวก็ได้ หมายเลขประจำตัวโคนี้จะต้องประทับด้วยเครื่องหมายถาวรลงบนผิวหนังของ |
สัตว์ เช่นเดียวกับเครื่องหมายประจำฟาร์ม เจ้าของโคอาจจะตั้งหมายเลขประจำตัวโคอย่างไรก็ได้ โดยอาจ |
เริ่มด้วยหมายเลข 1 เรื่อยไปจนถึงหมายเลข 999 ต่อเนื่องกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศ หรือแยกให้หมายเลข |
เพศผู้เป็นลำดับต่อเนื่องกัน และเพศเมียก็ให้หมายเลขเป็นลำดับต่อเนื่อง เช่นกันก็ได้ ในกรณีนี้สัตว์จะมี |
หมายเลขเหมือนกัน 2 ตัว แต่จะมีเพศต่างกันทั้งสองวิธีนี้ เป็นวิธีที่สมาคมยอมรับ แต่เมื่อเลือกใช้แบบใด |
แบบหนึ่งแล้วก็ให้ใช้แบบนั้นตลอดไป |
| |
ข้อ 26. ความสำคัญของหมายเลขทะเบียน
|
| |
| |
เมื่อต้องการจะกล่าวอ้าง หรือสอบถามข้อมูล เกี่ยวกับโคตัวใดตัวหนึ่งที่จดทะเบียนไว้กับสมาคม จะต้อง
|
แจ้งหมายเลข 2 ชุด ที่ปรากฏในใบพันธุ์ประวัติคือ
|
1.หมายเลขประจำตัวโค
|
2.หมายเลขทะเบียนโคที่สมาคมออกให้ จึงจะหารายละเอียดของโคตัวนั้นๆ ได้ |
| |
ข้อ 27. สีของโคไทยบราห์มัน
|
| |
| |
ทะเบียนประวัติที่ออกโดยสมาคม จะมีการระบุสีที่เป็นหลักของโค เจ้าของโคจะต้องแจ้งในแบบขอจด
|
ทะเบียนสีโคไทยบราห์มันโดยทั่วๆ ไป มีดังนี้ |
| |
27.1 |
สีเทาหรือสีขาว เป็นสีของโคบราห์มันส่วนใหญ่ในประเทศซึ่งจะมีสีเทาอ่อน ปานกลางถึงเทาเข้ม
|
| |
จนเกือบดำ โคบางตัวมีสีเทาแต่อาจจะมีจุดแดง หรือน้ำตาลบนร่างกาย โคบางตัวมีจุดแต้มขาว |
(ซึ่งปกติจะพบแต้มขาวที่หน้าผากและเหนียง หรืออาจจะมีตำแหน่งอื่นก็ได้) ก็ยังเรียกว่าสีเทา |
27.2 |
สีแดง เป็นสีที่ครอบคลุมตั้งแต่สีแดงอ่อน แดงปานกลางถึงแดงเข้ม (แดงเม็ดมะขาม) |
|
| |
ข้อ 28. การเปลี่ยนสีของลูกโคที่มีสีแดงเมื่อแรกเกิด
|
| |
| |
ลูกโคที่ยังเล็กอยู่ สีของมันอาจเปลี่ยนได้ไปตามอายุของลูกโคแรกเกิด ที่มีแดงปานกลางถึงแดงอ่อน
|
ที่เกิดจากพ่อและแม่สีเทา (หรือสีขาว) โดยเฉพาะสีเทาเข้มจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเทา ก่อนจะมี |
อายุครบ 1 ปี โคลักษณะนี้เมื่อโตเต็มที่แล้ว อาจจะยังมีสีน้ำตาลแดง หรือแดงอยู่บนตัว แต่ในท้ายที่สุดจะ |
เปลี่ยนสีเทาชัดเจน อาจจจะเป็นสีเทาปานกลางจนถึงเทาเข้ม |
| |