ข้อ 1. วัตถุประสงค์ของการขึ้นทะเบียนโคบราห์มันพันธุ์แท้
|
| |
| |
การขึ้นทะเบียนโคบราห์มันพันธุ์แท้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
|
| |
1.1 |
เพื่อให้สมาชิกสามารถนำโคบราห์มันพันธุ์แท้ที่จดทะเบียนอยู่กับสมาคมอื่นหรือหน่วยงานอื่นทั้งใน |
| |
และต่างประเทศมาขึ้นทะเบียนกับสมาคม และลูกโคที่เกิดจากพ่อแม่โคที่ขึ้นทะเบียนไว้นี้สามารถ |
| |
นำไปจดทะเบียนเป็นโคบราห์มันต่อไปนี้ |
1.2 |
เพื่อให้ทราบจำนวนของโคบราห์มันพันธุ์แท้ที่มีอยู่ในประเทศไทย และใช้เป็นข้อมูลทางวิชาการ |
| |
และการตลาดต่อไป |
1.3 |
เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกพัฒนาคุณภาพและปริมาณโคบราห์มันให้ตรงตามความต้องการของตลาด |
| |
อันจะเป็นการทดแทนการนำเข้า ตลอดจนเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ในโอกาส |
| |
ต่อไป |
|
| |
ข้อ 2. การตั้งชื่อโคที่จดทะเบียนกับสมาคมผู้บำรุงพันธุ์ โคบราห์มันแห่งประเทศไทย
|
| |
| |
โคบราห์มันพันธุ์แท้ที่นำมาขึ้นทะเบียนกับสมาคมฯ จะเป็นโคบราห์มันตามแหล่งที่กำเนิด และเมื่อโคบราห์มัน
|
ที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วนี้ให้กำเนิดลูกโคใหม่ ลูกโคบราห์มันพันธุ์แท้ที่เกิดในประเทศไทย และนำมาจดทะเบียนกับ |
สมาคม ฯ จะเรียกว่าโค “ไทยบราห์มัน” |
| |
ข้อ 3. ลักษณะของโคที่จะขึ้นทะเบียนกับสมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งประเทศไทย (สบท.)
|
| |
| |
3.1 |
เป็นโคบราห์มันพันธุ์แท้ที่มีทะเบียนประวัติซึ่งสามารถตรวจสอบประวัติบรรพบุรุษกลับไปได้อย่างน้อย |
| |
5 ชั่ว |
3.2 |
ใบทะเบียนพันธุ์ประวัติ ที่จะใช้เป็นหลักฐานการขึ้นทะเบียนนั้น จะต้องออกโดยสมาคมผู้บำรุงพันธุ์ |
| |
โคบราห์มมันแห่งสหรัฐอเมริกา (ABBA) กรมปศุสัตว์หรือสมาคมโคบราห์มันอื่น ๆ ที่สามารถสอบ |
| |
ประวัติบรรพบุรุษของโคบราห์มันพันธุ์แท้นั้นย้อนกลับไปได้อย่างน้อย 5 ชั่ว |
3.3 |
เป็นโคที่มีลักษณะถูกต้องตามพันธุ์โคบราห์มัน |
3.4 |
เป็นโคที่มีระบบการสืบพันธุ์ต่าง ๆ สมบูรณ์ |
3.5 |
แม่โคที่จะนำมาขึ้นทะเบียนนั้น จะต้องไม่เป็นแฝด |
| |
ผู้ – เมีย ยกเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า โคเพศเมียจากแฝด
|
| |
ผู้ – เมีย นั้นสามารถสืบพันธุ์ได้
|
3.6 |
พ่อโค – แม่โคบราห์มันพันธุ์แท้ ที่จะนำมาขึ้นทะเบียนได้นั้น จะต้องมี เครื่องหมายฟาร์ม และ |
| |
หมายเลขประจำตัวโค ประทับอยู่ข้างตัวโคในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจนเรียบร้อยแล้วเท่านั้น และ
|
| |
เครื่องหมายนี้จะต้องเป็นเครื่องหมายถาวร และหมายเลขประจำตัวโคต้องไม่ซ้ำกันในเพศ และใน |
| |
เครื่องหมายฟาร์มเดียวกัน ถ้าเป็นโคที่ซื้อมาเครื่องหมายนั้น อาจจะเป็นเครื่องหมายนั้นอาจจะเป็น |
| |
เครื่องหมายของฟาร์มอื่นได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงเครื่องหมายใหม่ แต่ถ้าเครื่องหมายฟาร์มและ |
| |
หมายเลขโคซ้ำกัน ผู้ที่ขึ้นทะเบียนก่อนจะได้สิทธิ์ไป ส่วนผู้ขึ้นทะเบียนที่หลังต้องเปลี่ยนแปลง |
| |
เครื่องหมายฟาร์มและ/หรือหมายเลขประจำตัวโคใหม่ |
3.7 |
โคที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ต่อมาสมาคมฯ พบว่าขาดคุณสมบัติที่สำคัญในการขึ้นทะเบียนข้อใดข้อหนึ่ง |
| |
อันเนื่องมาจากการแจ้งไม่ตรงตามความเป็นจริง คณะกรรมการสมาคมสงวนสิทธิ์ ในการถอนการ |
| |
ขึ้นทะเบียนได้ทันที |
|
| |
ข้อ 4. วิธีการขึ้นทะเบียนโคบราห์มันพันธุ์แท้้
|
| |
| |
4.1 |
โคบราห์มันพันธุ์แท้ที่จะนำมาขึ้นทะเบียน จะต้องมีลักษณะถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 3
|
4.2 |
กรอกข้อมูลโคที่ต้องการนำมาขึ้นทะเบียน ตามแบบที่ขอได้จากสมาคม
|
4.3 |
ส่งแบบข้อมูลพร้อมใบพันธุ์ประวัติกลับมายังสมาคม แล้วสมาคมจะนำข้อมูลต่างๆที่ส่งมานี้เก็บเข้า
|
| |
เครื่องคอมพิวเตอร์ และสมาคมจะได้ออกหลักฐานการขึ้นทะเบียนโคให้ต่อไป |
4.4 |
เมื่อโคที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสมาคมแล้วนี้ เกิดลูกที่ฟาร์มลูกโคนี้ จะนับได้ว่าเป็นโคไทยบราห์มัน
|
| |
สามารถจดทะเบียนเพื่อออกใบพันธุ์ประวัติ “โคไทย-บราห์มัน” ที่สมาคมได้ (ดูหมวดที่ 3 การจด
|
| |
ทะเบียนโคไทย บราห์มัน) |
| |
|
|
| |
ข้อ 5. การโอนกรรมสิทธิ์โค
|
| |
| |
พ่อโคและแม่โค ที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งประเทศไทยแล้ว เมื่อมีการซื้อขาย
|
และโอนกรรมสิทธิ์กันจะต้องแจ้งให้สมาคมทราบทันที เพื่อให้ทางสมาคมออกใบรับรองให้กับเจ้าของโคคนใหม่ |
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการจดทะเบียนลูกโคต่อไปในอนาคต |
| |
|
| |
| |
6.1 |
ค่าขึ้นทะเบียนโคตัวละ 100 บาท (ยกเว้นพ่อโคพันธุ์ของทางราชการ เมื่อนำมาขึ้นทะเบียนกับ |
| |
สมาคมฯ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียน) |
6.2 |
ค่าโอนกรรมสิทธิ์โคให้แก่ผู้รับโอนที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ภายใน 30 วัน ของการซื้อ – ขาย |
| |
ตัวละ 200 บาท ผู้ขายจะเป็นผู้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมการโอนโค หรือแล้วแต่การตกลง |
6.3 |
ค่าโอนกรรมสิทธิ์โคให้แก่ผู้รับโอนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ตัวละ 400 บาท |
|