การเปลี่ยนแปลงแก้ไข ข้อบังคับของสมาคม |
| |
จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุม
|
ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 30 คน มติของที่ประชุมใหญ่ในการ |
เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุม |
ทั้งหมด |
| |
การเลิกสมาชิก จะเลิกก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม |
| |
ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่เลิกสมาคมจะมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า
|
3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญ ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของ |
สมาชิกสามัญทั้งหมด |
| |
เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม |
| |
ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ลงบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของกองบำรุงพันธุ์สัตว์
|
กรมปศุสัตว์ ถนนพญาไท กทม. 10400 ( ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศล |
สาธารณประโยชน์ ) |
|
| |
|
บทเฉพาะกาล |
| |
ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มบังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เป็นต้นไป |
| |
| |
เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จากทางราชการก็ให้ถือว่า ผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิก |
สามัญ และรักษาการในตำแหน่งกรรมการของสมาคม เพื่อรับสมัครสมาชิก และเมื่อรับสมัครสมาชิกได้จำนวน |
| |
พอสมควรก็ให้จัดให้มีการประชุมใหญ่ขึ้น เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรกของสมาคม แต่ทั้งนี้จะต้องดำเนิน |
| |
การจัดประชุมใหญ่ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล |
| |
|
| |
| |
ที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ |
ี่ของสมาคมเพื่อตรวจสอบถามเกี่ยวกับบัญชี และทรัพย์สินของสมาคมได้
|
| |
นาย สุพจน์ ศรีนิเวศน์ ผู้ทำข้อบังคับ |
| |
|
 |