สมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งประเทศไทย
ตุลาคม 21, 2014, 04:09:58 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ขอให้ทุกท่านร่วมใช้บอร์ดในเชิงสร้างสรรค์ และพร้อมที่จะรับทั้งผิดชอบจากการแสดงความคิดเห็น หรือการกระทำอันเกิดจากล็อกอินของท่านเอง เรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว เรื่องการเมือง และเรื่องใดๆ ที่ไม่เหมาะสม และก่อให้เกิดความไม่สงบและความแตกแยก ทางเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้โดยมิต้องมีการแจ้งต่อเจ้าของกระทู้ 
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มะรุมทางเลือกใหม่ของคนเลี้ยงวัว  (อ่าน 4054 ครั้ง)
punraksa
Full Member
***
กระทู้: 126



ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 01:22:35 pm »

การปลูกมะรุม พืชทองทางเศรษฐกิจ
 
การปลูกมะรุม ต้นกล้ามะรุม
 
โครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ จ.ปัตตานี ลงมือปลูกมะรุมสายพันธุ์ SK1 จากอินเดีย พบ การเติบโตดีเร็วกว่าพันธุ์ไทย พร้อมส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ
 
โครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ จ.ปัตตานี ได้ทดลองปลูกมะรุมสายพันธุ์ SK1 จากประเทศอินเดีย พบอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าพันธุ์พืชเมืองไทย เตรียมส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต
จุดเริ่มทดลองการปลูกมะรุมจากโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คณะที่ 2 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดย พลเอก ณพล บุญทับ รองสมุหราชองค์รักษ์ - ประธานคณะทำงานโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพลเอกธีระพงษ์ ศรีวัฒนกุล หัวหน้าคณะทำงานโครงการพระราชดำริ มีวัตถุประสงค์สนองตามพระราชดำริเพื่อที่จะแสวงหาพันธุ์พืชใหม่ที่น่าสนใจ สามารถปลูกเป็นเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรให้มีรายได้สามารถพึ่งพาตนเอง ซึ่งมะรุมเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ โดยร้อยเอกหญิง สาธินี ลิมปิสวัสดิ์ ทหารประจำโครงการได้แนะนำ คุณนิกร กิจการค้า ที่ปรึกษาโครงการฯ ให้นำเมล็ดมะรุม SK1 สายพันธุ์ใหม่จากประเทศอินเดีย มาปลูกในโครงการ เป็นรายแรกของประเทศ และได้ประสานงานกับบริษัทเอกชนในประเทศอินเดีย นำเมล็ดมะรุมที่ผ่านการทดสอบว่ามีการเจริญเติบโตได้ดีกว่าพันธุ์พื้นเมือง นำมาทดลองปลูกในประเทศไทยเพื่อศึกษาทดลองการเจริญเติบโตและความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ รวมถึงมีหน้าที่กระจายเมล็ดพันธุ์มะรุม ไปยังเกษตรกรที่สนใจไปทดลองปลูก
 
จุดเด่นของสายพันธุ์ SK1
ข้อเปรียบเทียบ   สายพันธุ์ SK1   สายพันธุ์พื้นเมืองของไทย
ความสูงของต้น   2.5-3 เมตร   3-6 เมตร
ความยาวของฝัก   70-100 เซนติเมตร   60 ซม.
ปริมาณฝักต่อ 1 ต้น   250-300 ฝัก   150-200 ฝัก
ปริมาณเมล็ดต่อ 1 ฝัก   30-40 เมล็ด   20 เมล็ด
ระยะเวลาที่จะให้ผลผลิต   10-12 เดือน   2-3 ปี
คุณค่าทางอาหาร   มากกว่า   น้อยกว่า
กว่า 6 เดือนที่ทดลองปลูก พบอัตราการเจริญเติบโตที่สูงมะรุมสายพันธุ์ SK1 สามารถขึ้นได้กับดินทุกชนิด แต่ถ้าในสภาพพื้นที่ที่มีความชื้น ร่มเงา เพียงพอต่อความต้องการของมะรุม จะทำให้เติบโตได้เร็วกว่า 1 เท่าตัว จากการทดลองปลูกเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน พบอัตราการเจริญเติบโตที่เร็วมาก ซึ่งในขณะนี้สามารถติดดอกในรุ่นแรกแล้ว  วิธีการเพาะเมล็ด
แกะเปลือกหุ้มเมล็ดด้านนอกออกก่อน จึงแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืนจะช่วยให้งอกเร็ว แต่มีข้อจำกัดคือการปลูกในปริมาณน้อย แต่ถ้าต้องการปลูกเป็นจำนวนมาก ก็ไม่จำเป็นต้องแกะเมล็ดออก ให้แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืนได้เช่นกัน นำไปเพาะในโรงเพาะ ซึ่งมีวัสดุสำหรับเพาะต้นกล้า ดังนี้
วัสดุสำหรับเพาะต้นกล้ามะรุม
ดิน 1 ส่วน / ขี้เถ้าแกลบ 2 ส่วน /มูลวัว 1 ส่วน/มูลค้างคาวเล็กน้อย
วิธีการเพาะ
 ควรเลือกสถานที่เพาะในสภาพกลางแจ้ง ใช้ถุงเพาะขนาด 4x4  หรือ 4x6 เซนติเมตร ใช้ถุงละ 1 เมล็ด หลังจากเพาะเมล็ดมะรุมไปแล้วประมาณ 45-60 วันจึงนำไปย้ายปลูก
การปลูก
ขุดหลุมกว้าง 50 เซนติเมตรระยะห่าง 4x4 เมตร  เพื่อไม่ให้ใบชิดกัน และสะดวกในการใช้เครื่องมือในการทำการเกษตร การดูแล เก็บเกี่ยว  แต่สามารถปรับระยะได้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน แล้วให้ ปักหลักให้มั่นคง จึงรดน้ำให้ชื้นสม่ำเสมอ เช้า-เย็น
การดูแลรักษาและการให้ปุ๋ยยาการดูแลมะรุม แนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นหลัก สำหรับด้านโรคและแมลงนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากเป็นไม้ทรงพุ่มใหญ่ มีความต้านทานสูง และอาจจะมีสารบางอย่างที่แมลงไม่ชอบ  ในการดูแลเรื่องปุ๋ย สามารถใช้การเร่งการเจริญเติบโตได้ ด้วยปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 ได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะจะเป็นการเร่งให้ต้นยืดสูง อาจจะลำบากในการเก็บเกี่ยว ส่วนในเรื่องของแมลงนั้น อาจจะมีหนอนชอนใบรบกวนบ้าง แต่ไม่สร้างปัญหา ระยะเวลาการเก็บเกี่ยว สำหรับการปลูกเพื่อตัดใบ สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อต้นมะรุมอายุ 6-8 เดือน ส่วนการปลูกเพื่อเก็บฝักต้องรอเป็น 10 เดือน แต่หากบำรุงรักษาอย่างเอาใจใส่ มะรุมจะให้ผลผลิตเร็วขึ้น ดังเช่นที่กำลังทดสอบอยู่ ซึ่งปลูกเพียง 6 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตโอกาสทองทางเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมให้เป็นพืชอนาคตสดใสจากผลผลิตที่มีมากกว่าสายพันธุ์พื้นเมือง รวมถึงคุณภาพด้านคุณค่าทางอาหารที่คาดว่าจะมีมากกว่าแล้ว จะช่วยให้ธุรกิจเกี่ยวกับมะรุมดำเนินก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างมีมาตรฐาน ทำให้ผลิตภัณฑ์ของไทยทัดเทียมกับต่างประเทศสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ


* 0000_0.jpg (71.2 KB, 500x375 - ดู 649 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
punraksa
Full Member
***
กระทู้: 126



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 01:25:32 pm »

ประโยชน์ มากมาย สนใจติดต่อ 087-8562676


* %20%20~1.jpg (125.02 KB, 692x519 - ดู 627 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
punraksa
Full Member
***
กระทู้: 126



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 01:29:24 pm »

เมล็ด 5 บาท 100แถม 5  ค่าจัดส่ง 50 บาททั่วไทย


* 108478611_04262010_1.jpg (84.12 KB, 640x480 - ดู 622 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
sakstuk
Newbie
*
กระทู้: 45


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 04:06:50 pm »

\เมล็ดละ 5 บาทเลยเหรอคับ..ลดใด้ป่าวคับสนใจคับ..
บันทึกการเข้า
punraksa
Full Member
***
กระทู้: 126



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 11:50:02 am »

ราคาลดไม่ได้จริงๆครับ 100 เม็ด แถม 5 ครับ
บันทึกการเข้า
jirawat270702
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 09:55:59 pm »

 โกรธ
ทำไมของนอกจะต้องดีกว่าของไทย...มะรุมบ้านเราก็เหลือกินอยู่แล้ว..เบื่อ+เซ็งพวกชอบเห่อของนอก แล้วมาหลอกเอาเงินคนไทยกันเอง.. โกรธ
บันทึกการเข้า
punraksa
Full Member
***
กระทู้: 126



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2010, 02:53:13 am »

โครงการพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  งั้นคุณไปด่าคนนำเข้าสิครับดูโครงการสิครับเพื่อใคร นำเมล็ดมะรุมที่ผ่านการทดสอบว่ามีการเจริญเติบโตได้ดีกว่าพันธุ์พื้นเมือง นำมาทดลองปลูกในประเทศไทยเพื่อศึกษาทดลองการเจริญเติบโตและความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ รวมถึงมีหน้าที่กระจายเมล็ดพันธุ์มะรุม ไปยังเกษตรกรที่สนใจไปทดลองปลูก
บันทึกการเข้า
punraksa
Full Member
***
กระทู้: 126



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2010, 05:43:03 pm »

ยังโทรมาติดต่อได้เสมอนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.382 วินาที กับ 17 คำสั่ง