| |
กรมปศุสัตว์ ได้นำพ่อ-แม่พันธุ์โคอเมริกันบราห์มันจากประเทศสหรัฐอเมริกา มาทดลองเลี้ยงในประเทศไทย |
ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา เมื่อเห็นว่าได้ผลดีก็ส่งเสริมให้ขยายพันธุ์ในหมู่เกษตรกร จนสามารถยก |
ระดับสายเลือดโคบราห์มันในประเทศให้สูงขึ้น เป็นลำดับ โคบางตัวมีลักษณะสวยงามใกล้เคียงกับโคอเมริกันบราห์มัน |
พันธุ์แท้มาก แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดที่จะจดทะเบียนรับรองพันธุ์โคเหล่านี้ และเกษตรกรมีความต้องการโคพันธุ์แท้ |
เพิ่มขึ้น เป็นลำดับ ทำให้กรมปศุสัตว์ ผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้เลี้ยงโค ดังนั้น ตั้งแต่ปีงบประมาณ |
2530 เป็นต้นมา จึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนดำเนินโครงการ ศูนย์บำรุงพันธุ์โคในอุปการะของรัฐบาล (ศ.ค.บ.) เพื่อ |
ให้ศูนย์ฯ ดังกล่าวเป็นแหล่งช่วยกรมปศุสัตว์ผลิตโคบราห์มันพันธุ์แท้จำหน่ายให้เกษตรกรได้มากขึ้น |
| |
| |
ต่อมา ได้มีนโยบายให้จัดตั้งสมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งประเทศไทย ขึ้น เพื่อจดทะเบียนโคพันธุ์ |
รับรองพันธุ์ประวัติโคและรับรองสถิติความสามารถของพ่อโค และแม่โคบราห์มันทุกตัวของฟาร์มต่างๆ ในประเทศ |
| |
| |
ในขั้นแรกได้ทำการเชิญชวน ผู้บำรุงพันธุ์โค (ผ.บ.ค.) ซึ่งในขณะนั้นมีอยู่ 135 ราย และผู้เลี้ยงโคอื่นๆ |
อีกจำนวนหนึ่งมาประชุมกัน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2534 เพื่อร่วมพิจารณาร่างข้อบังคับ และได้มีมติให้จัดตั้ง |
สมาคมขึ้นมีชื่อว่า สมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งประเทศไทย (ส.บ.ท.) และเรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า |
THAI BRAHMAN BREEDERS ASSOCIATION. (TBBA.) |
| |
| |
โดยมี นายสุพจน์ ศรีนิเวศน์ ผู้อำนวยการกองบำรุงพันธุ์สัตว์ ในขณะนั้นเป็นผู้ริเริ่มก่อการ และทำหน้าที่ |
เป็นผู้จัดการสมาคมฯ นางสมมาตร สุวรรณมาโจ นักวิชาการงานโคเนื้อ เป็นเหรัญญิก นางจรรยา ลีรัตนชัย |
หัวหน้างานโคเนื้อ เป็นเลขานุการ และ นายสารกิจ ถวิลประวัติ นักวิชาการงานโคเนื้อ ร่วมเป็นกรรมการ |
| |
| |
สมาคมฯ ได้รับอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้จัดตั้งสมาคมฯ เมื่อวันที่ 12 |
ธันวาคม 2534 และ ได้รับอนุญาตจากกรมตำรวจ จดทะเบียนสมาคมฯ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2535 |