มินตราบราห์มันฟาร์ม (สระบุรี)

ท่องฟาร์ม บราห์มันร้อย มินตราบราห์มันฟาร์ม (สระบุรี)
ช่วงนี้เข้าหน้าร้อนเชื่อว่าหลายๆท่านผู้อ่าน คงรู้สึกถึงอากาศอันร้อนระอุในช่วงนี้อย่างแน่นอน เป็นสัญญาณที่บอกชัดเจนว่าฤดูร้อนปีนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ทำให้ช่วงนี้เกิดความแห้งแล้ง และที่สำคัญอากาศแบบนี้เหมาะแก่การเจริฐเติบโตของเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นฤดูนี้ต้องระมัดระวังให้มากขึ้นทั้งท่านผู้อ่านและวัวอันเป็นที่รัก โรคที่ช่วงนี้กำลังระบาด อาทิเช่น โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ (Rabies) ต้องระวังสัตว์เลี้ยงกันมากๆน่ะครับ พาไปฉีดวัคซีนกันครับเพื่อเป็นการป้องกัน วันนี้ขอแนะนำพาท่านผู้อ่านท่องฟาร์ม มินตราบราห์มันฟาร์ม เจ้าของฟาร์มคือคุณ ภูมินทร์ แสงวิโรจน์ หรือพี่มิน เจ้าของฟาร์มอารณ์ดี ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 74/1หมู่ 7 ตำบลชำผักแพว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

พี่มินเล่าให้ฟังถึงอาชีพการเลี้ยงวัวว่า “จุดเริ่มต้นของฟาร์มผมน่าจะเริ่มต้นเมื่อตอนปี 2555 ตอนนั้นไม่มีความรู้เกี่ยวกับวัวสักนิดเลย ไปเข้าร้านหนังสือเห็นหนังสือวัวโคบาลแมกกาซีน หยิบหนังสือมาอ่าน อ่านไปอ่านมาชอบเลยซื้อกลับมาอ่านต่อที่บ้าน ประกอบกับช่วงนั้นทำงานโรงงาน อยากหาอาชีพเสริมมาเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว จึงเริ่มศึกษาหาข้อมูล ออกเดินทางไปดูวัวตามงานประกวด ตั้งแต่บัดนั้นจึงชื่นชอบมากอยากเลี้ยงวัวต้องหาวัวมาเลี้ยงให้ได้ ไม่นานก็ได้ลูกผสมมาเลี้ยง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของฟาร์มผม” พี่มินกล่าว
เหตุผลที่บ้านเลือกเลี้ยงวัวบราห์มัน เนื่องจากที่บ้านอากาศค่อนข้างร้อนมากในฤดูร้อน ไปอ่านหนังสือแนะนำวัวบราห์มันเหมาะกับการเลี้ยงในประเทศไทย เนื่องจากเป็นโคเมืองร้อน มีต่อมไขมันสำหรับขับออกบริเวณผิวหนังไล่แมลง หนังก็สามารถขยับได้เพื่อไล่แมลงได้ มีตะโหนกและผิวหนังย่นเพื่อระบายความร้อน สามารถเลี้ยงในอากาศที่ร้อนได้ดีและมีแมลงกวนน้อย ลูกวัวเกิดมาตัวก็ไม่ใหญ่สามารถคลอดเองได้ หัวนมก็ไม่ใหญ่ ลูกวัวสามารถคาบเองได้ การดูและจัดการลูกวัวจึงง่าย ไม่ต้องดูแลมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่เลือกเลี้ยงสายพันธุ์นี้
พื้นที่เลี้ยงของฟาร์มจะเลี้ยงยืนโรง โดยจะแยกแม่โคเลี้ยงลูกออกเป็นคอก โคสาวรุ่นจะอยู่รวมกันอีกคอกหนึ่งการแยกคอกมีข้อดีคือเราสามารถให้อาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของแม่โคแต่ล่ะช่วงอายุ ตั้งแต่โคสาว แม่วัวตั้งท้อง แม่วัวเลี้ยงลูก ความต้องการอาหารแต่ะช่วงเวลาต่างกัน การให้อาหารก็สังเกตุความสมบรูณ์ของแม่วัวเป็นหลัก ส่วนแปลงหญ้าสำหรับลดต้นทุนตอนนี้ปลูกหญ้าแพงโกล่าไว้ประมาณ 1 ไร่และจะขยายพันธุ์เพิ่มเติมไปอีก 2 ไร่ ภายในปีนี้ เหตุที่เลืกปลูกหญ้าชนิดนี้เพราะว่า เป็นหญ้าที่ปลูกขึ้นง่ายมีลักษณะเหมือนหญ้าแพรก ลำต้นเรียวใบดกนุ่ม ที่สำคัญไม่ค่อยคันเหมือนหญ้าขน การปลูกก็ง่ายเหมือนทำนาข้าว เตรียมเทือกเสร็จหว่านท่อนพันธุ์ รักษาระดับน้ำในแปลง 7 วันให้ต้นพันธุ์แตกรากและลดระดับน้ำออก ประมาณ 60 วันหญ้าก็จะเต็มแปลงตัดปรับหญ้าปนรอบแรก รอบต่อไปจะตัดทุก 45 วัน ปีนึงก็ตัดกินสดได้ 7-8 ครั้งต่อไป ไร่นึงต่อรอบก็ตัดเป็นหญ้าสดได้ 2-3 ตันเลยทีเดียวถือว่าดีมาก ที่ฟาร์มจะไม่รอให้หญ้าแก่เพราะโปรตีนจะน้อยเหลือไม่ถึงครึ่ง ที่อ่านดูถ้าตัดช่วงอายุ 40-45 วันโปรตีนจะอยู่ที่ 8-10 เปอร์เซ็นต์ ได้หญ้าน้อยหน่อยแต่โภชนาการสูง
ปัจจุบันทางฟาร์มมินตราบราห์มันมีวัวทั้งหมด 8 ตัวเป็นแม่วัว 4 ตัว วัวสาว 2 ตัว ลูกวัว 2 ตัว แบ่งออกเป็นวัวบราห์มันเลือดสูง 3 ตัว บราห์มันเลือด 100 จำนวน 5 ตัว แม่วัวร้อยจะมี MTS 2/58 น้องออมสิน เกิดจากพ่อ SK350 ปู่เขาคือ (+)JDH MADISON DE MANSO ซึ่งเป็นสายที่ให้ลูกโครงสร้างใหญ่ อัตราแรกคลอดไม่สูงนักลูกวัวจะมาโตหลังคลอด ซึ่งเป็นวัวแม่พันธุ์ของฟาร์มเราเอง อีกตัวเป็น RT+ 02 ตัวนี้เป็นลูกของ SK 417 ปู่เขาคือ MR. JY RENE 199/8 เป็นพ่อพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์นำเข้ามาจากต่างประเทศ และก็มีวัว YY 58 กับ YY 78 อีกตัวเป็นตัวผู้เลือดร้อยเพิ่งคลอดได้ประมาณ 1 เดือน ส่วนบราห์มันเลือดสูงมี MTS 01 วัว F1 ที่เกิดจากพ่อพันธุ์ SK 417 และ MTS 03 วัว F2 เป็นลูกของพ่อพันธุ์ MR KC RIO NEGRO 102/0 วัวตัวนี้เคยนำไปประกวดโคบราห์มันเลือดสูงที่งานประกวดโคบึงสามพัน อีกตัวเป็นลูกวัว F2 เกิดจากแม่ MTS 01 กับพ่อ SK 450


แม่พันธุ์ต้องปรับแก้
พี่มินกล่าวเรื่องการปรับปรุงพันธุ์ แม่ MTS 2/58 เป็นแม่พันธุ์ที่โครงสร้างดี มีขนาดเฟรมปลานกลาง เป็นวัวบราห์มันเทาโบ๊ท สิ่งที่ต้องแก้คือเรื่องความลึกของลำตัว ท้องที่แล้วท้องกับพ่อ V8 345/7 ลูกวัวออกมาค่อนข้างน่าพอใจลูกวัวตะโหนกใหญ่ ข้อขาใหญ่ เจ้าเนื้อดี ลูกวัวแสดงลักษณะโบ๊ทตั้งแต่เล็ก ท้องต่อไปจะใส่ +SRS MR. TROUBADOR 933 มาปรับแก้แม่ MTS 2/58 เรื่องสี อยากให้ลูกวัวออกมาเป็นสีแดง และท้ายที่ตรง ลำตัวที่ยาวลึก ตะโหนกใหญ่ตั้งตรง มองว่าอนาคตลูกวัวที่เกิดจากพ่อกับแม่นี้ออกมาต้องสวยแน่นอน ส่วนแม่ MTS 01 เป็นวัวสีแดงโครงสร้างปานกลาง ตะโหนกไม่ค่อยใหญ่ สะดือยังไม่ค่อยกระชับ ผลงานที่ผ่านมากับแม่ SK 450 ถือว่าแก้ไม่ได้หลายจุดทั้งเรื่อง สะดือที่กระชับขึ้น ลำตัวที่ยาว ตะโหนกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะผม ท้องต่อไปก็จะผสมแม่ MTS 01 กับพ่อ SK 450 อีกครั้งเนื่องจากผลงานเป็นที่น่าพอใจ ที่สำคัญเป็นพ่อพันธุ์ที่ให้ลูกวัวตัวเมียมากกว่าลูกตัวผู้ แม่วัว YY 58 เป็นแม่พันธุ์อีกตัวที่ต้องปรับแก้ไข เรื่องโครงสร้าง ท้ายที่ลาด แม่พันธุ์นี้ก็จะใช้ พ่อ SK 450 มาปรับแก้ต่อไป และ MTS 03 เป็นวัวที่เม็ดสีดี แต่ตะโหนกยังเล็ก ท้ายยังลาด ตัวนี้จะใช้พ่อ SK 444 มาเติมเต็มแม่พันธุ์ ด้านโครงสร้าง ตะโหนก
ผสมเทียมเท่านั้นคือคำตอบ
ทางฟาร์มจะเน้นการผสมเทียมทุกแม่เพราะมีแม่วัวไม่มากสามารถจับสัดได้ ลดความเสี่ยงการเลี้ยงพ่อพันธุ์เรื่องโรคที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ อาทิ ยูเรียพลาสมา ที่ทำให้เกิดปัญหาผสมติดยาก ถ้าเป็นการผสมเทียมยังแก้ปัญหาโดยการใส่พลาสติกชีส โอกาศการผสมเทียมจึงเพิ่มขึ้น การผสมเทียมเรายังสามารถทำให้การปรับปรุงพันธุ์ในฟาร์มรวดเร็วเพราะเราสามารถเห็นผลงานที่เกิดจากฟาร์มอื่นว่าพ่อพันธุ์ให้ลูกสวยหรือไม่ ถ้าเราซื้อพ่อพันธุ์มาตั้งแต่เล็กกว่าจะเห็นผลงานก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์พันธุกรรมที่ยาวนาน
ที่ฟาร์มจะใช้น้ำเชื้อในประเทศในการปรับปรุงพันธุ์ส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นการสนับสนุนคนไทยด้วยกัน เงินทองไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ พันธุ์กรรมพ่อพันธุ์แต่ล่ะตัวเดี๋ยวนี้ก็ไม่ธรรมดา สามารถทัดเทียมพ่อพันธุ์ต่างประเทศได้สบาย ลูกวัวบางตัวสวยกว่าน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ต่างประเทศ และผลงานก็มีให้ดูเยอะว่าพ่อแต่ล่ะตัวให้ลูกเด่นด้านใด ก็นำมาเลือกใช้ แต่ที่สำคัญต้องดูว่าแม่พันธุ์ในฟาร์มเราด้วยแต่ละตัว มีจุดเด่นตรงไหนต้องแก้ไขจุดด้อยตรงไหนบ้าง ถ้ามาวัวมีตำหนิมาก พ่อพันธุ์ก็ไม่สามารถแก้ทางแม่พันธุ์เราได้ทั้งหมดต้องค่อยๆปรับกันต่อในรุ่นลูก การบรีดวัวที่ดีถือว่าประสปผลสำเร็จคือลูกวัวต้องสวยกว่าแม่


การจัดการแม่พันธุ์ในฟาร์ม
จะเริ่มผสมเทียมแม่พันธุ์ตอนอายุ 20 เดือน เนื่องจากต้องการให้แม่โคมีโครงสร้างที่เต็มที่ มองว่าวัวอายุยังน้อยสภาวะความเป็นแม่ยังน้อย อาจเลี้ยงลูกไม่เป็น เวลาคลอดลูกออกมาจะไม่เลี้ยงลูก ส่วนแม่พันธุ์ที่ออกลูกแล้วจะผสมให้ไม่เกิน 60 วัน เพราะว่าจะไม่ได้ลูกปีล่ะตัว ยิ่งปล่อยให้เป็นสัดล่าช้าออกไปมาวัวก็ยิ่งผอมไม่แสดงอาการเป็นสัด ถ้าวัวตัวไหนท้องไวเท่าที่สังเกตุ จะกินเก่ง ขณะเลี้ยงลูกวัวไม่ผอมดูมีน้ำมีนวล และสัญชาติญาณพอแม่วัวท้องใหญ่แม่วัวจะไม่ค่อยให้ลูกตัวก่อนกินนมก็จะอย่านมลูกวัวไปในตัว ทางฟาร์มถ้าแม่วัวตัวไหนเป็นสัดช้าก็จะให้หมอมาวางซีด้าเพื่อให้แม่วัวแสดงการเป็นสัด วันที่ 1สอดแท่งซีด้าพร้อมกับฉีด รีเซฟทอล 2 ซีซี วันที่ 6 ฉีด รูทาไลส์ 5 ซีซี วันที่ 7 ถอดแท่งซีด้า วันที่ 9 ก็สามารถผสมเทียมได้แล้วทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสมบรูณ์พันธุ์ของแม่พันธุ์ด้วย
การเลี้ยงวัวยืนโรง
การเลี้ยงวัวภายในฟาร์มเช้าจะให้วัวกินอาหารตัวล่ะประมาณ 1 กิโลกรัม แล้วจะให้กินฟางแต่จะให้ไม่มากไม่ให้คารางเพราะวัวจะกินไม่หมดไม่อยากกิน พอช่วงบ่ายจะให้หญ้าแพงโกล่าที่ตัดมาในตอนเช้าให้กินช่วงบ่าย พอสัก 5โมงเย็นก็จะให้อาหารข้นอีกครั้ง พออาหารข้นหมดก็จะให้ฟางอีก 1 ก้อนเพื่อกินเวลากลางคืน จะทำอย่างนี้ทุกวัน ที่คอกก็จะมีเฉพาะเสริมเกลือแร่ก้อนที่แขวนได้ให้วัวเลีย ต้นทุนการเลี้ยงวัวส่วนใหญ่ของฟาร์ม ก็จะมีอาการข้นและฟาร์มที่เอามาเสริมช่วงเช้ากับเย็น เดือนนึงต้นทุนก็ไม่น่าเกิน 4,000 บาท สำหรับวัวทั้งฟาร์ม ส่วนหน้าฝนหญ้าจะเยอะโตไวต้นทุนด้านอาหารข้นก็จะลดลงอีก บางช่วงก็จะให้ข้าวโพดหมัก ในช่วงหน้าแล้ง
ตอนนี้ทางฟาร์มก็เปิดขายลูกวัวตัวเมียราคาเริ่มต้นที่ 80,000 บาท ส่วนลูกวัวตัวผู้ ราคาเริ่มต้นที่ 40,000 บาท ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะตัววัว ปีที่ผ่านมาขายแม่วัวบราห์มัน 100 ท้องไปราคา 80,000 บาท
อนาคตอยากมีแม่พันธุ์บราห์มันพันธุ์แท้ที่มีค่าน้ำนมที่ดี เลี้ยงลูกเก่ง อนาคตวางแผนไว้ว่าในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า จะเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ให้ได้ 10 ตัว เพื่อผลิตลูกวัวรองรับตลาดวัว ผลิตลูกวัวแบรนด์ตัวเอง MTS วัวที่เกิดจากฟาร์มในรุ่นต่อไปอยากให้มีลักษณะที่มีรูปร่างใหญ่ ความจุกล้ามเนื้อเยอะ มีสีแดงเพื่อตอบรับกระแสบราห์มันแดงที่ราคายังค่อนข้างสูงคงอีกหลายปี
การเลี้ยงวัวให้ประสปความสำเร็จ
1.ต้องมีความมุ่งมั่นไม่ย้อท้อต่ออุปสรรค คนที่เลี้ยงวัวได้ดีต้องมีความอดทนอย่างมาก ปํญหามีให้แก้ไขตลอด ปํญหามีหลายรูปแบบ ต้องเรียนรู้ เสริมประสปการณ์ไปเรื่อยๆ หมั่นหาความรู้ศึกษาจากฟาร์มที่มีประสปการณ์ ถ้าเรามีความรู้และประสปการณ์ ปัญหาและอุปสรรค ก็จะสามารถหาทางแก้ไขได้
2.แหล่งอาหาร เป็นสิ่งสำคัญ ต้นทุนหลักของการเลี้ยงวัวคือค่าอาหาร ถ้าเราสามารถลดต้นทุนได้มาก กำไรก็จะมีมากตาม
3.การตลาด เมื่อเราผลิตวัวออกมาแล้ว สวย แต่ไม่รู้แหล่งที่ขาย วัวก็ขายไม่ได้ราคา เราต้องสร้างตลาดของแบรนด์เราให้คนเราคุ้นหู ช่องทางตอนนี้ก็จะมีการเอาวัวไปประกวดตามสนามที่ทำให้คนรู้จัก และการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ อย่างเช่นเฟสบุ๊ค ก็เป็นการเปิดตลาดเข้าถึงผู้ซื้อทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว
4.การรวมกลุ่ม การรวมกลุ่มเป็นเรื่องที่ดีในการช่วยกันให้คำปรึกษา ทั้งเรื่องการเลี้ยงดูการจัดการในฟาร์ม หรือแม้แต่เรื่องการซื้อขาย บางฟาร์มต้องการพ่อพันธุ์สำหรับคุมฝูงก็ถามในกลุ่มก่อน ก็เกิดการซื้อขายกันในกลุ่ม ไม่มีการหลอกขายวัวไม่ดีให้กัน การรวมกลุ่มก็ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง การของบสนับสนุน จึงถือว่าเป็นเรื่องดี
ก่อนกลับพี่มินฝากถึงเกษตรกรที่เลี้ยงวัวว่า “อยากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคทุกคนให้ความสำคัญเกี่ยวกับการจดทะเบียนวัวหรือที่เรียกว่าการทำใบพันธุ์ประวัติ เพราะข้อดีคือทำให้เรามีการจดบันทึกพ่อแม่พันธุ์สืบชื่อสายมาจากที่ใด ลดการผสมพันธุ์แบบเลือดชิด ซึ่งจะได้ลักษณะด้อยมากกว่าดี การซื้อขายวัวพร้อมมีใบประวัติก็ย่อมมีคุณค่ามากกว่าวัวที่ไม่มีใบพันธุ์ประวัติ ราคาก็ย่อมดีกว่าแน่นอน ตอนนี้ก็มีหลายสมาคมที่รับจดทะเบียนบราห์มันเลือดสูง อย่างเช่น สมาคมผู้บำรุงพันธุ์โคบราห์มันแห่งประเทศไทย ที่ค่าจดทะเบียนตัวล่ะ 200 บาท ค่าสมาชิกก็ 600 บาทตลอดชีพ ซึ่งถือว่าราคาไม่แพงเกษตรกรสามารถจดทะเบียนได้ จึงอยากให้เกษตรกรคนเลี้ยงวัวมาทำใบพันธุ์ประวัติกัน ”
ท่านต้องการเข้าเยี่ยมฟาร์มหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่คุณ ภูมินทร์ แสงวิโรจน์หรือพี่มิน ‘’ มินตราบราห์มันฟาร์ม (MTS)‘’ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 74/1หมู่ 7 ตำบลชำผักแพว อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี รหัสไปรณีย์ 18110 โทร.097-417-4853 ฉบับนี้ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเลี้ยงวัวครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *